Page 53 - 02 รายงานวิชาการจังหวัดกระบี่2564
P. 53

- 31 -


                                                       ึ
                                                                                           ิ
                              ในชวงยุคเพอรเมียนตอนตนถงเพอรเมียนตอนกลาง มีการสะสมตัวของหนโคลน หินทราย
                   แปง หนทรายของหมวดหินเขาพระ และหินทรายชั้นหนาของหมวดหินเขาเจา พบซากดึกดำบรรพของ
                         ิ
                   แบรคคิโอพอด และไบรโอซัว จากลักษณะโครงสรางภายในและการลำดับชั้นหิน เชื่อวาตกตะกอนสะสม
                                                                                    
                                     ิ
                   ตัวในทะเลตื้นที่มีอทธิพลของคลื่นและอาจมการระเบิดของภูเขาไฟเขามาเกยวของ ซึ่งทำให
                                                                                          ี่
                                                             ี
                                                                                ั
                   สภาพแวดลอมของการดำรงชีวิตของสัตวดึกดำบรรพเปลี่ยนไป สัตวที่อยูกบที่ เชน แบรคคิโอพอด จึงตาย
                   เปนจำนวนมาก
                              ในชวงยุคเพอรเมียนตอนกลางสภาพพนดินในบริเวณนี้ มีการจมตัวอยางชา ๆ และ
                                                                 ื้
                                                                                          ิ
                   มีสภาพอากาศที่อบอุน ไมมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศอยางรุนแรง ทำใหเกดการสะสมตัวของ
                   หินปูนอยางกวางขวาง สภาพภูมิศาสตรบรรพกาลนาจะเปนทะเลเปด ซึ่งติดตอกับมหาสมุทร น้ำคอนขาง
                   สะอาด จึงทำใหไดหินปูนที่มีเนื้อสะอาด อยางไรก็ตามจากการสะสมตัวสูงขึ้นของหินปูน ทำใหความลึก
                                      ึ
                   ของระดับน้ำลดลง จงพบซากดึกดำบรรพ foraminifera ในภายหลังบางสวนของหินปูนที่สะสมตัว
                                                        
                   มีความสูงใกลเคียงระดับน้ำหรือโผลพนน้ำในเวลาน้ำลง จึงทำใหไดหินปูนที่มีธาตุแม็กนีเซียมปนอยูดวย
                                                   
                   มาก
                              ในชวงยุคจูแรสซิกมีการสะสมตัวของหินดินดาน หินปูนและหินโคลน ของหนวยหินตอนลาง

                   ของหมวดหินคลองมีน จากลักษณะของโครงสรางภายในและซากดึกดำบรรพ แสดงถึงสภาวะแวดลอม
                                                                                    
                                                                                        ิ
                   ของการตกตะกอนในทะเลสาบน้ำจืด (lacustrine environment) และอาจไดรับอทธิพล จากการรุกล้ำ
                   ของน้ำทะเลเปนครั้งคราว ในขณะที่หนวยหินตอนบนพบชั้นหินทรายสีแดงแสดงถงสภาวะการตกตะกอน
                               
                                                                                       ึ
                       ื้
                   บนพนทวีป ซึ่งมการตกตะกอนตอเนื่องไปถึงยุคครีเตเชียสของหมวดหินลำทับ ภายใตสภาวะแวดลอม
                                 ี
                   แบบทางน้ำโคงตวัด โดยหินทรายและหินกรวดมนสะสมตัวในบริเวณรองน้ำ ในขณะที่หินทรายแปง
                                                                                  ุ
                   หินโคลนและหินดินดานสะสมตัวบริเวณที่ราบน้ำทวมถึง (เลิศสิน รักษาสกลวงศ และธนิศร วงศวานิช,
                   2536)

                              การแปรสัณฐานที่สงผลใหมีการเคลื่อนตัวของแผนเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนคลองมะรุย
                   ซึ่งอยูในแนวทิศตะวันออกเฉยงเหนือไปทางขวา (dextral fault) เชื่อวามสาเหตุมาจากการมดตัวของ
                                            ี
                                                                                                  ุ
                                                                                  ี
                   แผนเปลือกโลกอินเดีย หรือ อินเดีย-ออสเตรเลีย ลงไปใตแผนเปลือกโลกยูเรเซียใกลแนวรองลึกกนสมุทร
                   ในทะเลอนดามัน ราว 140 ลานปที่แลว หรือในระหวางชวงปลายยุคจูแรสซิกตอกบตนยุคครีเตเชียส
                                                                                          ั
                           ั
                   (กรมทรัพยากรธรณี, 2544) ตะกอนบกจากทางน้ำอายุ 140-66.4 ลานปที่แลว เกดขึ้นเมื่อกระบวน
                                                                                  
                                                                                          ิ
                   การแปรสัณฐานสิ้นสุดลง (สันต อัศวพัชระ และนริศรา นามันซาบีดีน, 2549)
                                                                             ึ้
                                                                           ิ
                              การแทรกดันตัวของหินแกรนิตเขาพนมเบญจาเกดขนจากการแปรสัณฐานรอบใหม
                                                                                                        ิ
                                   
                   ในกระบวนการกอเทือกเขาหิมาลัย (Himalayan orogeny) ราว 66.4 ลานป ไดกระตุนใหเกด
                                                                          
                                                                                                       ื้
                   ระบบการเคลื่อนตัวในแนวเหนือ-ใต ซึ่งเปนสาเหตุหลักของการกอรูปรางแองสะสมตะกอนใหมในพนที่
                                                           ี
                   จังหวัดกระบี่ รวมทั้งวิวัฒนาการการขยับตัวอกครั้งของรอยเลื่อนคลองมะรุยไปทางซายเชนเดียวกบ
                                                                                                        ั
                   กลุมรอยเลื่อนระนอง ภายหลัง 66.4 ลานป ในยุคเทอรเชียรีตอนกลาง แองสะสมตะกอนนี้สะสมตะกอน
                   ไดกลุมหินกระบี่ โดยเริ่มสะสมตัวภายใตอทธิพลของน้ำทะเลแลวคอย ๆ เปลี่ยนสภาพแวดลอม
                                                         ิ
                                                         
                   ชายฝงทะเล ตอมาผลของการยกตัวของแองทำใหสภาพแวดลอมเปลี่ยนไปเปนแมน้ำโคงตวัดและ
                   ทะเลสาบ การกำหนดอายุของกลุมหินกระบี่จากซากบรรพชีวิน gastropods และซากสัตวมีกระดูกสัน
                                                                                                  
                                               
                                     
                   หลังทพบในชั้น ถานหิน  ใหอายุไมโอซีนตอนกลางหรือประมาณ  45 ลานปมาแลว
                         ี่
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58