Page 16 - คู่มือนิสิต ปีการศึกษา 2563
P. 16
คู่มือนิสิตระดับปริญญาตรี วิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น |
๔ คู่มือนิสิตระดับปริญญาตรี วิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น คู่มือนิสิตระดับปริญญาตรี วิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น ๕ 5
วิสัยทัศน์ ประวัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
“มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาระดับโลก” มหาจฬาลงกรณราชวิทยาลย มหาวิทยาลยสงฆ์แหงคณะสงฆไทยเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงของ
่
ุ
ั
์
ั
World University of Buddhism, WUoB คณะสงฆ์ไทย ซึ่งสมเด็จบรมบพตรพระราชสมภารเจ้า สมเดจพระปรมนทรมหาจุฬาลงกรณ พระจุลจอมเกลา
ิ
็
ิ
้
์
เจ้าอยู่หัว ได้ทรงให้ย้ายการสอนพระปริยัติธรรมจากศาลาบอกพระปริยัติธรรมภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
พันธกิจ ๔ ด้าน ไปตั้งที่วัดมหาธาตุ เพอเป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกายและคฤหัสถ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๐ และโปรดให ้
ื่
การผลิตบัณฑิต สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๒ มีชื่อเดิมว่า “มหาธาตุวทยาลัย” และมพระบรมราชโองการเปลี่ยนนามใหม่ว่า
ี
ิ
ุ
ผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ เป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอดมศึกษาแห่งชาติ (TQF : HEd) “มหาจฬาลงกรณราชวิทยาลย” เมื่อวันที่ ๑๓ กนยายน พ.ศ. ๒๔๓๙ โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็น
ุ
ั
ั
ุ
โดยใช้หลักธรรมทางพระพทธศาสนาบรณาการในกระบวนการจัดการเรียนสอน เพอให้ได้บัณฑิตที่มีคุณภาพ อนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์สืบไป ดังปรากฏในประกาศพระราชปรารภในการก่อพระฤกษ์สังฆิก
ู
ื่
ุ
็
ุ
่
ิ
ั
่
ั
ึ
เปนไปตามจดมงหมายของแผนพฒนาการศกษาแหงชาต ที่ให้การศึกษาเป็นเครื่องมือกลไกในการพฒนา เสนาศน์ราชวิทยาลัย
ึ
ทรัพยากรมนุษย์ ให้มีความเป็นพลเมือง (มีองค์ประกอบ ๔ ด้าน คือ มีคุณลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่พง มหาธาตวิทยาลยไดเปดทาการสอนเปนทางการ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจกายน พ.ศ. ๒๔๓๒ ต่อมา
ิ
็
ุ
ั
้
ิ
ประสงค์ มีองค์ความรู้ที่ส าคัญในศตวรรษที่ ๒๑ มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ และมีทักษะการ พระยาภาสกรวงศ เสนาบดกระทรวงธรรมการ ไดยกร่างพระราชบญญตฉบบแรกของมหาจฬาลงกรณราช
ิ
ั
ั
้
ี
ุ
์
ั
ึ
ด ารงชีวิต) และมีคุณลักษณะบัณฑิตที่พงประสงค์ตามนวลักษณ์ของบัณฑิต ๙ ประการ วิทยาลย เรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติมหาธาตุวิทยาลัย ร.ศ. ๑๑๑ (พ.ศ. ๒๔๓๕) ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
ั
นวลักษณ์ของบัณฑิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงน าเข้าปรึกษาในที่ประชุมเสนาบดี ร่างพระราชบัญญัติฉบับ
๑. มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส M = Morality นี้ยังไม่ได้ลงพระปรมาภิไธย จึงถือว่ายังมิได้เป็นพระราชบัญญัติที่มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด ต่อมา
๒. รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของสังคม A = Awareness พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้คิดแบบสร้างถาวรวัตถุ เรียกว่า “สังฆเสนาสน์ราช
๓. มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา H = Helpfulness วิทยาลย” ขึ้นในวัดมหาธาตุ เพอใช้เป็นสถานที่บ าเพญพระราชกุศลพระศพสมเด็จเจ้าฟามหาวชิรุณหิศ และ
้
ื่
ั
็
๔. มีความสามารถและทักษะด้านภาษา A = Ability ทรงประสงค์จะอุทิศถวายถาวรวัตถุนี้เป็นสังฆิกเสนาสน์ส าหรับมหาธาตุวิทยาลัย เพอเป็นที่เล่าเรียนพระปริยัติ
ื่
๕. ใฝ่รู้ใฝ่คิด C = Curiosity สัทธรรมและวิชาชั้นสูง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชด าเนินไปทรงวางศิลาก่อ
๖. รู้จักเสียสละเพอส่วนรวม H = Hospitality พระฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๙ และได้พระราชทานเปลี่ยนนามมหาธาตุวิทยาลัยเป็นมหาจุฬาลง
ื่
๗. มีโลกทัศน์กว้างไกล U = Universality กรณราชวิทยาลัย
๘. เป็นผู้น าด้านจิตใจและปัญญา L = Leadership เพอเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ ตามประกาศพระราชปรารภในการก่อพระฤกษ์สังฆ
ื่
๙. มีศักยภาพพร้อมที่จะใช้และพัฒนานวัตกรรม A = Aspiration เสนาสน์ราชวิทยาลย ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) ความตอนหนึ่งว่า “จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง
ั
วิทยาลัยที่เล่าเรียนพระไตรปิฎกแลวิชาชั้นสูงขึ้น ๒ สถานๆ หนึ่งเป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่าย
การวิจัยและพัฒนา ธรรมยุติกนิกาย ได้ตั้งไว้ที่วัดบวรนิเวศวรวิหาร พระอารามหลวง พระราชทานนามว่า มหามกฎราชวิทยาลย
ั
ุ
วิจยและพัฒนา หมายถึง การวิจัยและค้นคว้า เพอสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมควบคู่ไปกับ อกสถานหนึ่งเป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ได้ตั้งไว้ที่วัดมหาธาตุ ราชวรมหาวิหาร พระอาราม
ั
ื่
ี
กระบวนการเรียนการสอน เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ในพระไตรปิฎก โดยวิธีสหวิทยาการแล้วน าองค์ความรู้ที่ หลวงนี้ มีนามว่ามหาธาตุวิทยาลัย ได้เปิดการเล่าเรียนแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน รัตนโกสินทร์ ศก ๑๐๘ สืบมา
ั
้
ั
้
ั
ี
ค้นพบมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาศลธรรม และจริยธรรมของสงคม รวมทงพฒนาคุณภาพงานวิชาการดาน แต่สังฆิกเสนาสน์ส าหรับมหาธาตุวิทยาลัยนี้ยังไม่เป็นที่สมควรแก่การเล่าเรียน... เมื่อการบ าเพญพระราชกุศล
็
พระพุทธศาสนาโดยความร่วมมือกบสถาบนการศึกษา ที่มีชื่อเสียงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ส่วนนั้นเสร็จแล้วจะได้ทรงพระราชอุทิศถวายถาวรวัตถุนี้เป็นสังฆิกเสนาสน์ส าหรับมหาธาตุวิทยาลัย เพอเป็นที่
ั
ั
ื่
เพื่อพัฒนาคุณภาพนักวิจัยและงานวิจัยให้มีคุณภาพ และความเป็นสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เล่าเรียนพระปริยัติสัทธรรมแลวิชาชั้นสูงสืบไปภายหน้า พระราชทานเปลี่ยนนามใหม่ว่า มหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัย เพื่อให้เป็นที่เฉลิมพระเกียรติยศสืบไป...”
การส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้จัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนเดิมในนามมหาธาตุวิทยาลัย
ุ
ุ
ส่งเสริมพระพทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม หมายถึง การส่งเสริมพระพทธศาสนาและบริการ ตลอดมา จนกระทั่งวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ พระมหาเถระฝายมหานกาย จ านวน ๕๗ รูป มีพระพมล
่
ิ
ิ
ั
ั
วิชาการแกสงคม ตามปณธานการจดต้งมหาวิทยาลย ด้วยการปรบปรงกจกรรมต่างๆ ใหประสานสอดคลอง ธรรม (ช้อย ฐานทตตเถร) เป็นประธานไดประชุมกน ณ ตาหนักสมเดจ วัดมหาธาตุฯ ประกาศใหมหาจฬาลง
ุ
ิ
ั
่
ิ
ั
ั
้
้
็
ั
ั
ุ
้
้
ื้
เออต่อการส่งเสริม สนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ สร้างความรู้ความเข้าใจหลักค าสอนทางพระพทธศาสนา กรณราชวิทยาลย ดาเนนการจัดการศกษาในรูปมหาวิทยาลย ตามพระราชปณธานของพระบาทสมเดจพระ
ุ
ั
ิ
ั
ิ
็
ึ
ึ
่
ั
สร้างจิตส านึกด้านคุณธรรมจริยธรรมแกประชาชน โดยการจดประชุม สมมนา และฝกอบรม เพือพัฒนา จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้เปิดการศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่
่
ั
พระสงฆ์และบุคลากรทางศาสนา ให้มีศักยภาพในการธ ารงรักษา เผยแผ่หลักค าสอน และเป็นแกนหลักในการ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นมา อยางไรกตาม แมมหาจฬาลงกรณราชวิทยาลยจะได้เปดการศกษาใน
ุ
ิ
้
ึ
็
ั
่
พัฒนาจิตใจในวงกว้าง รูปแบบมหาวิทยาลัยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นมา ทางบ้านเมืองก็มิได้รับรองสถานภาพให้เป็นมหาวิทยาลัย
ั
ั
่
์
์
่
็
ั
การทะนุบ ารุงศิลปะและวัฒนธรรม ตามกฎหมาย นนคงเปนเพราะว่าประกาศพระราชปรารภในการกอพระฤกษสงฆเสนาสนราชวิทยาลย
ี
ั
ทะนุบ ารุงศิลปะและวัฒนธรรม หมายถึง การเสริมสร้างและพฒนาแหล่งการเรียนรู้ด้านการทะนุบ ารุง ร.ศ.๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) ที่หลวงวิจิตรวาทการกล่าวถึงนั้นเป็นเพยงประกาศพระราชปรารภในการวางศิลาฤกษ์
ึ
ื่
ุ
ศิลปะและวัฒนธรรม ให้เออต่อการศึกษาโดยใช้พระพทธศาสนาเป็นกลไกเพอสร้างจิตส านกและความ อาคารของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งไม่อาจถือได้ว่าเป็นพระราชบัญญัติมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ื้
ภาคภูมิใจในความเปนไทย รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนให้มีการน าภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเป็นรากฐานของการ เพราะยังไม่ได้ลงพระปรมาภิไธย
็
พัฒนาอย่างมีดุลยภาพและยั่งยืน

