Page 17 - คู่มือนิสิต ปีการศึกษา 2563
P. 17
6 | คู่มือนิสิตระดับปริญญาตรี วิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น
๖ คู่มือนิสิตระดับปริญญาตรี วิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น
ิ
ั
้
ต่อมาพระพมลธรรม (ช้อย ฐานทตตมหาเถร) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ไดจัดประชุม
พระมหาเถระฝายมหานิกาย จ านวน ๕๗ รูป เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ และประกาศใหมหาจุฬาลง
่
้
กรณราชวิทยาลัย ด าเนินการจัดการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูงในระดับมหาวิทยาลัย
็
์
ั
ุ
เปิดสอนระดับปริญญาตรี คณะพทธศาสตรเปนคณะแรก เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ จากน้น พ.ศ.
๒๕๐๐ ได้มีการปรับเปลี่ยนระบบการวัดผลมาเป็นระบบหน่วยกิต ก าหนดให้นิสิตต้องศึกษา
อย่างน้อย ๑๒๖ หน่วยกิต และปฏิบัติศาสนกิจ ๑ ปี ก่อนขออนุมัติส าเร็จการศึกษา เพื่อเข้ารับปริญญาบัตร
ู
ิ
ิ
์
ุ
พ.ศ. ๒๕๐๕ เปดสอนคณะครศาสตร และ พ.ศ. ๒๕๐๖ เปดสอนหลักสูตรแผนกอบรมครศาสน
ี
่
ั
ศึกษา ระดบประกาศนียบัตรและเปิดสอนคณะเอเชียอาคเนย์ และเปลยนเป็นคณะมานุษยสงเคราะห์ศาสตร์
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ และ พ.ศ. ๒๕๑๒ ปรับหลักสูตรแผนกอบรมครูศาสนศึกษาเป็นวิทยาลัยครูศาสนศึกษา และ
ปรับเปลี่ยนหน่วยกิตเป็น ๒๐๐ หน่วยกิต อย่างไรก็ดี การจัดการเรียนการสอนช่วง ๒ ทศวรรษแรก ยังไม่ได้รับ
การสนับสนุนจากคณะสงฆ์และรัฐเท่าที่ควร ท าให้ประสบปัญหาด้านสถานะของมหาวิทยาลัย และงบประมาณ
เป็นอย่างมาก แต่ก็สามารถจัดการศึกษามาได้อย่างต่อเนื่อง
้
ต่อมาไดตราพระราชบัญญัติก าหนดวิทยฐานะผู้ส าเร็จการศึกษาวิชาพระพทธศาสนา พ.ศ. ๒๕๒๗
ุ
ี่
ท าให้มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จากทเคยมีวิทยาเขตเพียงหนึ่งแห่งในพ.ศ. ๒๕๒๗ ได้มีวิทยาเขตเพิ่มขึ้นเป็น
๙ แห่งใน พ.ศ. ๒๕๓๔ มหาวิทยาลัยจัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัยใน พ.ศ. ๒๕๓๑ และเปิดการศึกษาระดับปริญญาโท
ในปีเดียวกัน ปัญหาที่ตามก็คือการที่มหาวิทยาลัยไม่มีสถานภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ท าให้การ
ั
ประสานงานกบวิทยาเขตไม่บรรลุผล ทั้งในด้านบริหารทั่วไปและการบริหารงบประมาณ นอกจากนี้
็
ึ
ั
ู
้
พระราชบญญติกาหนดวิทยฐานะผสาเรจการศกษาวิชาการพระพุทธศาสนา พ.ศ. ๒๕๒๗ รับรองวิทยฐานะ
ั
เฉพาะปริญญาตรี ไม่รับรองวิทยฐานะระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก
็
ั
วันที่ ๒๑ กนยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ พระบาทสมเดจพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลยเดชฯ ไดทรงลง
ุ
้
พระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองฉบับ คือ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช
ั
ั
ุ
ิ
ั
ั
วิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระราชบญญตมหาวิทยาลยมหาจฬาลงกรณราชวิทยาลย พ.ศ. ๒๕๔๐ และ
ุ
พระราชบัญญัติก าหนดวิทยฐานะผู้ส าเร็จวิชาการพระพทธศาสนา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ ในวันที่ ๑ ตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๔๐ พระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔ ตอนที่ ๕๑
ในขณะที่หลังยุคที่มีการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๑ - ๒๕๕๘ ระดับ
ุ
์
ื
ปริญญาตรี ปัจจุบันเปิดสอนใน ๔ คณะ มีหลักสูตร รวมทั้งสิ้น ๒๖ สาขาวิชา คอ คณะพทธศาสตร สาขาวิชา
ั
์
์
คณะครุศาสตร์ ๔ สาขาวิชา คณะมนษยศาสตร ๔ สาขาวิชา และคณะสงคมศาสตร ๗ สาวิชา โดยหลักสูตร
ุ
ี
่
ี
้
้
ั
ิ
้
ทงหมดน้ ยังไดเปดสอนทวิทยาเขต วิทยาลย โครงการขยายหองเรียน หน่วยวิทยบริการ และสถาบนสมทบ
ั
ั
ของมหาวิทยาลัย
ุ
ื
ุ
(ก) หลักสูตรคณะพทธศาสตร์ ประกอบด้วย ๑๑ สาขาวิชา คอ (๑) สาขาวิชาพระพทธศาสนา (๒)
ั
ี
สาขาวิชาศาสนา (๓) สาขาวิชาปรชญา (๔) สาขาวิชาบาลพทธศาสตร์ (๕) สาขาวิชาภาษาบาล (๖) สาขาวิชา
ุ
ี
ุ
บาลีสันสกฤต (๗) สาขาวิชาพทธศิลปกรรม (๘) สาขาวิชามหายานศกษา (๙) สาขาวิชาพระพทธศาสนา
ึ
ุ
มหายาน (๑๐) สาขาวิชาพระพุทธศาสนาจีน (๑๑) สาขาวิชาภาวะผู้น าทางพระพุทธศาสนา
ื
ึ
(ข) หลักสูตรคณะครุศาสตร์ ประกอบด้วย ๑๑ สาขาวิชา คอ (๑) สาขาวิชาสงคมศกษา (๒)
ั
ั
สาขาวิชาการสอนภาษาไทย (๓) สาขาวิชาการสอนภาษาองกฤษ (๔) สาขาวิชาการสอนพระพทธศาสนาและ
ุ
จิตวิทยาแนะแนว
ื
(ค) หลักสูตรคณะมนุษยศาสตร์ ประกอบด้วย ๔ สาขาวิชา คอ (๑) สาขาวิชาภาษาไทย (๒)
สาขาวิชาภาษาอังกฤษ (๓) สาขาวิชาจิตวิทยา (๔) สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา
ื
(ง) หลักสูตรคณะสังคมศาสตร์ ประกอบด้วย ๗ สาขาวิชา คอ (๑) สาขาวิชารัฐศาสตร์ (๒)
ั
์
ั
สาขาวิชารฐประศาสนศาสตร (๓) สาขาวิชาการจดการเชิงพทธ (๔) สาขาวิชาสงคมวิทยา (๕) สาขาวิชาสงคม
ั
ุ
ั
สงเคราะห์ศาสตร์ (๖) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ (๗) สาขาวิชานิติศาสตร์

