Page 16 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 16

8

           . ทกั ษะการลงความเห็นจากขอ้ มลู (Inferring)
           . ทกั ษะการพยากรณ์ (Predicting)
      2. ทกั ษะขนั สูงหรือทกั ษะขันผสม ทกั ษะ ได้แก่
          1. ทกั ษะการตงั สมมุติฐาน (Formulating Hypothesis)
          2. ทกั ษะการควบคุมตวั แปร (Controlling Variables)
          3. ทกั ษะการตีความและลงขอ้ สรุป (Interpreting data)
          4. ทกั ษะการกาํ หนดนิยามเชิงปฏบิ ตั ิการ (Defining Operationally)
          5. ทกั ษะการทดลอง (Experimenting)

รายละเอยี ดทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ทัง ทักษะ มรี ายละเอยี ด โดยสรุปดงั นี
      ทกั ษะการสังเกต (Observing) หมายถงึ การใชป้ ระสาทสมั ผสั ทงั ในการสงั เกต ไดแ้ ก่ ใชต้ า

ดรู ูปร่าง ใชห้ ูฟังเสียง ใชล้ นิ ชิมรส ใชจ้ มกู ดมกลนิ และใชผ้ วิ กายสมั ผสั ความร้อนเยน็ หรือใชม้ ือจบั ตอ้ ง
ความอ่อนแข็ง เป็ นต้น การใช้ประสาทสัมผสั เหล่านีจะใช้ทีละอย่างหรื อหลายอย่างพร้อมกัน
เพือรวบรวมขอ้ มลู ก็ไดโ้ ดยไมเ่ พมิ ความคิดเห็นของผสู้ งั เกตลงไป

      ทักษะการวัด (Measuring) หมายถึง การเลือกและการใช้เครืองมือวดั ปริมาณของสิงของ
ออกมาเป็ นตวั เลขทีแน่นอนไดอ้ ย่างเหมาะสม และถูกตอ้ งโดยมีหน่วยกาํ กบั เสมอในการวดั เพือหา
ปริมาณของสิงทีวดั ตอ้ งฝึกใหผ้ เู้ รียนหาคาํ ตอบ คาํ คือ จะวดั อะไร วดั ทาํ ไม ใชเ้ ครืองมืออะไรวดั และ
จะวดั ไดอ้ ยา่ งไร

      ทักษะการจาํ แนกหรือทักษะการจดั ประเภทสิงของ (Classifying) หมายถึง การแบ่งพวกหรือ
การเรียงลาํ ดบั วตั ถุ หรือสิงทีอยใู่ นปรากฏการณ์โดยการหาเกณฑห์ รือสร้างเกณฑใ์ นการจาํ แนกประเภท
ซึงอาจใช้เกณฑ์ความเหมือนกัน ความแตกต่างกัน หรือความสัมพนั ธ์กันอย่างใดอย่างหนึงก็ได้
ซึงแลว้ แต่ผเู้ รียนจะเลือกใชเ้ กณฑใ์ ด นอกจากนีควรสร้างความคิดรวบยอดใหเ้ กิดขึน เช่น ของกลุ่ม
เดียวกนั อาจแบ่งออกไดห้ ลายประเภท ทงั นีขึนอยกู่ บั เกณฑท์ ีเลอื กใช้ และวตั ถุชินหนึงในเวลาเดียวกนั
จะตอ้ งเป็นประเภทเดียวกนั เท่านนั

      ทักษะการหาพนื ทีและความสัมพันธ์ระหว่างพนื ทีและเวลา (Using Space / Relationship)
หมายถึง การหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมติ ิต่าง ๆ ทีเกียวกบั สถานที รูปทรง ทิศทาง ระยะทาง พืนที เวลา
ฯลฯ เช่น การหาความสมั พนั ธร์ ะหว่าง สเปสกบั สเปส คือ การหารูปร่างของวตั ถุ โดยสงั เกตจากเงาของ
วตั ถเุ มอื แสงตกกระทบวตั ถุในมุมต่าง ๆ

      การหาความสมั พนั ธร์ ะหว่าง เวลากบั เวลา เช่น การหาความสมั พนั ธ์ระหว่างจงั หวะการแกว่ง
ของลกู ตุม้ นาฬกิ ากบั จงั หวะการเตน้ ของชีพจร

      การหาความสมั พนั ธร์ ะหว่าง สเปสกบั เวลา เช่น การหาตาํ แหน่งของวตั ถทุ ีเคลอื นทีไปเมือเวลา
เปลยี นไป
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21