Page 202 - ลูกเสือ กศน. (สค32035) ม.ปลาย
P. 202

189

      การรอื้ เตน็ ทท พ่ี กั แรม
           1) แกเชอื กท่ีรัง้ หวั ทายกับสมอบกออก
           2) ลม เสาเต็นททง้ั 2 เสาลง
           3) ถอนสมอบกท่ยี ึดชายเต็นทและทใี่ ชร ้งั หัวทายเตน็ ท
           4) แกะกระดมุ เพ่ือแยกใหเ ต็นทเปน 2 ผืน
           5) ทําความสะอาด เก็บพบั ใหเรียบรอ ย
           6) นาํ ผาเต็นทและอุปกรณเ ก็บรวมไวเ ปนทีเ่ ดียวกัน

      เตน็ ทส ําเร็จรปู
           เตน็ ทส าํ เรจ็ รปู จะมลี ักษณะและ

รูปแบบท่ีหลากหลาย ซ่งึ มวี างจําหนายโดยท่ัวไป
งายตอการประกอบและการเก็บ แตละแบบ
จะมีรูปแบบการประกอบไมเหมือนกัน จึงให
ผใู ชพ ิจารณาตามวธิ ีการของเต็นท

           เต็นทส าํ เร็จรูปใชเ ปนท่พี กั สําหรบั ลกู เสอื ท้ังหมู (1 หม)ู เปนเต็นททม่ี ขี นาดใหญกวา
เตน็ ทก ระแบะ มนี ํา้ หนักมากกวาเต็นทกระแบะสามารถพกพาไปไดสะดวก พื้นที่ท่ีใชกางเต็นท
จะมีบริเวณกวางพอสมควร สวนวิธีกางเต็นทไมยุงยากมีลูกเสือชวยกันเพียง 2 คน ก็สามารถ
กางเต็นทไ ด

      สวนประกอบของเตน็ ทสําเร็จรปู มีดงั นี้
           1) ผา เตน็ ท 1 ชดุ
           2) เสาเต็นท 2 ชุด (2 เสา) ชุดละ 3 ทอ น (3 ทอ นตอ กันเปน 1 ชุด หรอื 1 เสา)
           3) สมอบก 12 ตัว (ยดึ มุมพนื้ 4 ตวั ยึดชายหลงั คา 6 ตวั หัว 1 ตวั ทา ย 1 ตวั )
           4) เชือกยดึ สมอบก 8 เสน ทุกเสนมัดติดกับแผนเหล็กสําหรับปรับความตึงหยอน

ของเชือก (เชอื กสนั้ 6 เสนใชยึดชายหลังคา เชือกยาว 2 เสน ใชรั้งหัวทา ยเตน็ ท)
      วธิ ีกางเตน็ ทส าํ เรจ็ รูป ปฏบิ ตั ิดงั นี้
           1) ยึดพืน้ ของเต็นทท ้งั 4 มุมดวยสมอบก 4 ตัว
           2) นาํ เสาชดุ ที่ 1 (ตอ 3 ทอ นเขาดว ยกัน) มาเสยี บทรี่ ูหลังคาเตน็ ท ใหค นที่ 1 จบั ไว
           3) ใหคนที่ 2 ใชเชือกยาว 1 เสน ยึดจากหัวเสา (หรือหวง) ไปยังสมอบก

ดานหนา (โดยผกู ดว ยเง่อื นตะกรดุ เบด็ หรอื ผกู เงือ่ นกระหวัดไม ไมต อ งใชเงื่อนผูกรั้ง เพราะเปน
แผนปรับความตึงอยูแลว) แลวใชเชือกส้ัน 2 เสน ยึดชายเต็นทเขากับสมอบกใหเต็นทกาง
ออกเปนรูปหนาจัว่
   197   198   199   200   201   202   203   204   205   206   207