Page 11 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 11
ู
ุ
ํ
ั
่
ภาพที่ 2. แปลงชาปลองไผบงใหญ,ไผซางหมน และไผหมาจ เพือใชในการสรางสวนรวมพนธไผ
้
ู
4. ไผเลี้ยงหวาน : เนืองจากไผเลยงหวานไมมีอยูในธรรมชาติ มีแตเกษตรกรและเอกชนทีปลก
่
ี
่
ิ
ิ
ั้
ื
เพ่อการคา ซึ่งตองขยายโดยวิธีขุดและแยกเหงาใตดนเทานน โครงการฯ จึงไดดําเนนการจัดซือพนธุจาก
ั
้
ั
แหลงปลูกในทองที่จังหวัดปราจีนบุร และนครราชสมา เพอใชในการปลูกสรางรวมพนธไผเศรษฐกิจ
ี
ื่
ี
ุ
ิ
ั
ิ
ี
่
ั
ี
้
่
ั
ํ
ุ
5. ไผกมซุง : ไดดาเนนการเชนเดยวกนกบไผเลยงหวานเนองจากไมมีพนธในพนทีธรรมชาต ิ
ื
ื
้
่
่
ํ
ั
ํ
่
ู
ุ
จาเปนตองหาสวนไผเอกชนทีปลกเพอจาหนายหนอและลา รวมถึงกลาพนธจากแหลงในทองทีอําเภอ
ื
ํ
้
ั
่
ั
ี
ื
พนมทวน จังหวัดกาญจนบุร เพ่อใชในการปลูกสรางสวนรวมพนธุไผเศรษฐกิจ โดยกลาพนธุทีจัดซือมา
ั
ขยายพนธโดยวิธีชาแขนง ซึงข้นตอนเชนเดยวกนกบการชาปลองแตเปนการตดขอทีมีกิงเพยง 1 ขอ ของลา
ั
ี
ํ
ํ
ุ
่
ั
่
ั
ํ
ั
ี
่
ุ
ํ
้
อายไมเกิน 2 ป มาชําในวัสดุชําที่เปนแกลบเผาพรอมกับการบํารุงดูแลใหนําอยางสม่ําเสมอในเรอนเพาะชา
ื
ื
ู
ํ
้
ั
ั
ํ
เปนเวลาประมาณ 2 เดอน กอนจาหนาย หลงจากนนจะตองนามาดแลใหระบบรากมากขึ้นประมาณ
2 เดือนกอนปลูก (ภาพที่ 3)
่
ุ
ภาพที่ 3. กลาพันธุไผเลียงหวาน และไผกิมซง ทีใชในการสรางสวนรวมพนธไผ
้
ุ
ั
ิ
ในการจดเตรียมพนทีจดสรางสวนรวมพนธไผทีมีศกยภาพสงทางเศรษฐกิจ 5 ชนด ในพนที ่
ั
้
ื
ั
ุ
่
ั
่
ื
ู
้
ั
ุ
ของสถานวนวัฒนวิจยหินลบ ตาบลหนองกม อําเภอบอพลอย จงหวัดกาญจนบุรี ใชพนทีประมาณ 20 ไร
ี
ั
้
ื
ั
่
ั
ํ
(รวมทางตรวจการณและแนวกนไฟ) ไดเรมดาเนนการเตรยมพนทีโดยใชแรงงานคนและรถไถฟารมแทรกเตอร
ิ
ํ
ิ
่
่
ื
ั
ี
้
6

