Page 81 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 81
ื
่
ั
ั
ี้
ของไผเลี้ยงหวานสวนติดขอและสวนที่เปนปลองมีคาไมแตกตางกนมากนก เนองมาจากการที่ไผเลยงหวาน
มีความหนาของเนอไมมาก ขอจึงไมมีผลตอคาแรงเฉือนมากนก
ื้
ั
ั
ี
้
ั
5. แรงอด ในสภาวะแหงและเปยก ไผเลยงหวานมีคาดงกลาวเทากบ 40.1 และ 33.1 เมกะปาสคาล
ั
2
หรือ 409 และ 338 กก/ซม ตามลําดับ
สาหรับการทดสอบแรงดงนั้น ไมไดทําการทดสอบ เนองจากไผเลยงหวานมีขนาดลําเล็ก และ
ํ
ึ
ื
่
ี
้
ึ่
มีปลองหนา ซงเปนอันตรายตอผูปฏิบัติงานในการเตรียมตัวอยาง
ั
ผลการศึกษาสกายสมบติ
ั
1. การหดตว ไผเล้ยงหวานมีการหดตวในสภาวะสดจนถึงสภาวะอบแหง ในดานความหนา
ั
ี
ความยาว เสนผาศนยกลางภายนอก และดานปรมาตรเทากบ 4.92 0.25 2.37 และ 5.57 เปอรเซนต
ู
็
ิ
ั
ํ
2. ความถวงจาเพาะ เทากบ 0.529 ซึ่งอยในเกณฑคอนขางต่ํา
ู
ั
3
3. ความแนน ในสภาวะแหงเทากับ 586 กก/ม จะเห็นวาไผเลี้ยงหวานมีน้ําหนักคอนขางเบา
ุ
4. ความชืนทีจดหมาด มีคาประมาณ 22 เปอรเซนต
่
้
็
้
ี
ู
ู
5. ขนาดตางๆของลําไผ ไผเลยงหวานมีขนาดของเสนผาศนยกลางภายนอก เสนผาศนยกลาง
่
ํ
ั
ภายในลา และความหนาของลาเฉลยเทากบ 27.8, 5.31 และ 11.2 มม. ตามลาดบ ไผเลยงหวานมีขนาด
ี
ั
ํ
ี
ํ
้
ื
ู
ื้
่
่
ํ
ความหนาของเนอไมมาก ทําใหขนาดเสนผาศนยกลางภายในต่า นันคือเปนไผทีมีเนอหนา และชองวาง
้
ภายในลานอย คือเกือบจะเปนไผลาตันนันเอง
ํ
่
ํ
ผลการศึกษาลักษณะโครงสราง
ไผเลียงหวานมีมดทอลําเลียง แบงเปนสามสวน คือ มดทอลําเลียงกลาง และมีเนือเยือทีแยก
้
่
ั
่
ั
้
ี
จากมัดทอลําเลยงกลาง อีก2 กลุม (Figure 3-4)
ไผบงใหญ
ั
ผลการศึกษาคากลสมบติ
ุ
1. มอดุลัสแตกราว ในสวนโคน และสวนปลายของลําไผบงใหญ มีคามอดลสแตกราวใน
ั
2
สภาวะแหงเทากับ 102 และ 108 เมกะปาสคาล หรอ 1,038 และ 1,097 กก/ซม ตามลําดับ สวนใน
ื
ั
สภาวะเปยก ไผบงใหญสวนโคน และสวนปลายมีคาดงกลาวเทากบ 87.4 และ 71.5 เมกะปาสคาล หรอ
ั
ื
2
892 และ 729 กก/ซม ตามลําดับ ไผบงใหญมีคาความแข็งแรงเทียบเทาไมเนื้อแข็งตามมาตรฐานกรมปาไม
2
้
้
่
ั
นันคือมีคาความแขงแรงตงแต 100 เมกะปาสคาล หรอ 1,000 กก/ซม ขึนไป (สุชาติ และคณะ, 2547)
็
ื
่
ู
ั
ํ
่
2. ความเคนทีขีดจากดคืนรป ไผบงใหญสวนโคน และสวนปลายมีคาความเคนทีขีดจากด
ั
ํ
2
ั
ู
คืนรปในสภาวะแหงเทากบ 27.5 และ 54.5 เมกะปาสคาล หรอ 280 และ 556 กก/ซม ตามลําดับ
ื
ั
ื
ขณะทีคาดงกลาวที่สวนโคน และสวนปลายในสภาวะเปยกเทากับ 34.5 และ 25.3 เมกะปาสคาล หรอ
่
67

