Page 84 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 84
ผลการศึกษาคาสกายสมบติ
ั
1. การหดตัว ไผหมาจูมีอัตราการหดตัวดานตางๆจากสภาวะสดสสภาวะอบแหงคือ
ู
ู
ดานความหนา ความยาว เสนผาศนยกลางภายนอก และดานปรมาตร เทากบ 6.06, 0.15, 2.72 และ
ิ
ั
ู
ู
ั
ั
่
ั
9.61 เปอรเซ็นต ตามลําดบ เปนทีนาสงเกตวา อัตราการหดตวของไผหมาจอยูในเกณฑสงกวาไผอีก
ู
ื
ื
่
่
ุ
3 ชนิดทีทําการทดสอบ อาจเนองมาจากการทีเกษตรกรผูปลูกไผหมาจ มีวัตถประสงคเพอการบริโภค
่
่
ั
หนอไม จึงทําการบํารงรกษาไผทีปลูกไวอยางดี ลําไผจึงมีการเจริญเติบโตรวดเรว ความแนนจึงต่า
็
ุ
่
ํ
้
ี
ั
และมีความชืนในเนือไมไผสูง เมื่อสูญเสยนําจากการแหงตัว จึงมีการหดตวสูงตามไปดวย
้
้
ํ
ั
2. ความถวงจาเพาะ เทากบ 0.543
3
้
3. ความแนนในสภาวะแหงเทากบ 625 กก/ม จัดเปนไผที่มีนําหนักคอนขางเบา
ั
้
ุ
่
็
4. ความชืนทีจดหมาด มีคาประมาณ 22 เปอรเซนต
ู
ู
ู
5. ขนาดตางๆของลําไผ ไผหมาจมีขนาดเสนผาศนยกลางภายนอก เสนผาศนยกลางภายใน
ั
ํ
ู
ี
่
และความหนาเฉลยเทากบ 60.2, 43.6 และ 8.27 มม. ตามลาดบ ไผหมาจเปนไผทีมีขนาดโตปานกลาง
ั
่
ผลการศึกษาลักษณะโครงสราง
ั
ไผหมาจมีมดทอลําเลียง มีลักษณะแบงเปนสองสวน คือ มดทอลําเลียงกลาง และมีเนือเยือที ่
่
้
ั
ู
แยกจากมดทอลําเลียงกลาง (Figure 7-8)
ั
วิจารณผล
ึ
็
ิ
่
ี
ุ
่
ั
จากคาความแขงแรง ซึงในทีนหมายถึงคามอดลสแตกราวของไผทีทําการศกษา ทั้ง 4 ชนด
้
่
็
้
ั
ื
เมือดจากความแขงแรงในสภาวะแหง แลวเทียบกบมาตรฐานไมเนอแขงของกรมปาไมพบวา ไผบงใหญ
ู
่
็
็
ื
เทียบเทากลมไมเน้อแขง ไผซางหมนเทียบเทากลมไมเนอแขงปานกลาง สวนไผเลยงหวานและไผหมาจ ู
็
ุ
ุ
ี้
ื
้
มีคาความแข็งแรงเทียบเทากับไมที่มีความแข็งแรงต่ํา
ํ
ื่
ี
่
ั
ึ
ู
คาความเคนทีขีดจากดคืนรปของไมไผทีทําการศกษา เมอเปรยบเทียบกบคามอดุลัสแตกราว
่
ั
ํ
สาหรบไผบงใหญเฉลยประมาณ 25-40 เปอรเซนต ซงถือวาเปนคาที่ตา แสดงวาไผบงใหญมีชวงการยดหยน
ั
ํ
ื
่
็
ุ
ึ่
่
ี
่
่
ั
้
ั
ทีสน ทําใหชวงการออนตัวทียาว อันเปนลกษณะของไมทีมีความเหนียว สวนไผเลยงหวานมีคาดงกลาว
ั
ี
้
่
ั
่
ั
ุ
สงมาก คือประมาณ 75-80 เปอรเซนต ซึงมีคาความเคนทีขีดจากดคืนรปใกลเคียงกบคามอดลสแตกราว
ู
ั
่
็
ํ
ู
อันเปนลักษณะของไมที่เปราะ คลายกับไมประกับโครงสราง ตลอดจนวัสดุทางวิศวกรรมตางๆ
็
ี
ู
ั
(บุญสง และคณะ, 2551) สวนไผซางหมนและไผหมาจ มีคาดงกลาวเฉลยประมาณ 55-70 เปอรเซนต
่
70

