Page 27 - แนวทางการตัดขยายระยะสวนป่าเชิงพาณิชย์
P. 27

่
 ้
                                                                  ั
                                                      ั
                                 ี
 (main stem) ของต้นไม้ การกระจายของความเพิ่มพูนถูกท าใหเปลียนไป ซึ่งจะมี  มีวิธีการหลายวิธในการหาปริมาณความหนกเบาของการตดขยายระยะ

 ่
                 ้
 ผลต่อความเรียวและรูปทรงของต้นไม้ ส่วนของล าตนที่ปราศจากกิง (bole) ของ  ในที่นีวิธีการที่ขอแนะน าคือการค านวณหาจานวนหรือลาดับ (stem count)

 ้

 ้
                                               ั
                                                    ั
 ต้นไม้จะเริ่มมีความเรียวและมีรูปทรงเป็นรูปกรวยเพิ่มขึนมากกว่าลาต้นของ  หรือพื้นที่หน้าตัดของต้นไม้ที่เหลืออยภายหลงการตดขยายระยะตัววัด (parameter)
                                         ู่
                      ่
 ต้นไม้ที่ไม่มีพื้นที่ว่างส าหรับการเติบโตเพิ่มขึ้นเลย   อีกอย่างหนึงที่ใช้กนโดยทั่วไป คือ “Percent normal basal area” ซึ่ง Normal
                            ั
 ู่
 ้
 การเติบโตของต้นไม้ที่เหลืออยภายหลังการตัดขยายระยะขึนอยกับ  ในที่นี หมายถึง “Fully stock” คือปริมาณไม้ที่สามารถมีได้สูงสุดในพื้นที่
 ู่
                 ้
 ปริมาณของพื้นที่ว่างส าหรับการเติบโตของต้นไม้ที่ถูกท าใหเพิ่มขึน   ข้อจ ากัดทางเทคนิคของวิธีน คือจะต้องรู้ค่า “Normal basal area” ก่อนว่าเป็น
 ้
                                    ี้
 ้
                                                 ู่
 เช่นเดียวกับปัจจัยอื่น อาทิเชน คุณภาพของพื้นที่ (site quality) ชนิดพันธุ์อายุ   เท่าใด ซึ่งค่าดังกล่าวเป็นค่าเฉพาะ ซึ่งขึ้นอยกับพื้นที่ (site) และอายของหมู่ไม้
 ่
                                                                    ุ
                                                                    ่
                          ้
                     ้
 และความแข็งแรง โดยทั่วไปแล้วการเติบโตของต้นไม้ที่มีความแข็งแรงจะเป็น  ข้อก าจัดนีท าใหเกิดวิธีการประมาณหาความหนาแน่นของหม่ไม้ทีเป็นอิสระ
                                                                ู
                            ุ
 สัดส่วนกับพื้นที่ว่างส าหรับการเติบโต การเติบโตจะเพิ่มขึนจนถึงจุดที่  จากพื้นที่และอาย มีวิธีการหลายวิธีที่ได้มีการพัฒนาขึนมาเพื่อประมาณหา
                                                          ้
 ้
 ศักยภาพของต้นไม้ต้นหนึ่งมีสูงสุด และไม่ได้รับผลจากต้นไม้ที่อยู่ข้างเคียงมาก   ความหนาแน่นของหมู่ไม้ ประกอบด้วยReineke’s (1933) Stand density index
 ส่วนต้นไม้ที่มีความแข็งแรงน้อย (เช่น ต้นที่มี live crown ratio ต่ า ต้นที่   (SDI)  Drew  and  Flewlling’s  (1979)  Relative  density  index  (RDI)  และ
 เรือนยอดถกข่ม เป็นแผล หรือเป็นโรค) อาจไม่สามารถได้รับประโยชน์  Curtis’s (1982) Relative density การประมาณหาโดยใช SDI และ RDI เป็นวิธี
                                                          ้
 ู

 ้
 ทั้งหมด จากการที่มีพื้นที่ว่างส าหรับการเติบโตเพิ่มมากขึน ในบางกรณีการตัด  ที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดลาดับหม่ไม้ในการดาเนินการตัดขยายระยะเพื่อ
                                           ู

 ่
 ขยายระยะอาจท าให้เกิดผลอย่างรุนแรงได้ เมือต้นไม้ได้รับอันตรายจากการ  การค้า
 ตัดขยายระยะที่มีศพท์ทางเทคนิค เรียกว่า “Thinning shock” และอาจท าให ้
 ั
 ต้นไม้ถึงตายได้ การตัดขยายระยะอย่างหนัก (heavy thinning) ท าให้อัตราการ  ชนิดหรือวิธการตัดขยายระยะ (Thinning Typeor Thinning Method)
                       ี
 เติบโตต่อต้นมีค่าสูงสุด   ก่อนที่จะกล่าวถึงชนิดหรือวิธีการตัดขยายระยะจ าเป็นต้องทราบถึง
 เมื่อพิจารณาในภาพรวมของหมู่ไม้ อัตราการเติบโตต่อหน่วยพื้นที่มี  ประเภทของต้นไม้ที่มีช้นเรือนยอด (crown class) ที่แตกต่างกัน ซึ่งได้ระบุชน
                                ั
                                                                           ั้
 ่
 ้
 ค่าสูงสุด เมื่อการครอบครองพื้นที่ของต้นไม้เกิดขึนอยางเต็มพื้นที่ (fully   เรือนยอดของต้นไม้ จ าแนกตามลกษณะรูปร่าง ขนาด และตาแหน่งของเรือนยอด

                                      ั
 occupied) โดยทั่วไปแล้วหมู่ไม้ที่มีการตัดขยายระยะอย่างหนัก จะผลิตหรือให ้  ที่สัมพันธ์กับต้นไม้ใกล้เคียงและลกษณะคุณภาพของล าต้นของต้นไม้จ านวน
                                         ั
 ปริมาตรไม้น้อยกว่าหมู่ไม้ที่มีการตดขยายระยะอย่างเบา (light thinning)   6 ประเภท (ตารางที่ 1 และ ภาพที่ 5)
 ั
 ถึงแม้ว่าหมู่ไม้ที่มีการตัดขยายระยะแบบหนักจะมีการเติบโตรายต้นของต้นไม้
 มากกว่ากตาม แต่ทรัพยากรของพื้นที่จะไม่ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
 ็
 เมื่อเปรียบเทียบกับหมู่ไม้ที่มีการตัดขยายระยะอย่างเบากว่า
 20   แนวทางการตัดขยายระยะสวนป่าเชิงพาณิชย์   21   แนวทางการตัดขยายระยะสวนป่าเชิงพาณิชย์   21
 20
   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32