Page 147 - ไม้สน2545
P. 147

135



                                                                         ็
                                                             ื
                                       ั
                                  การปกชําโดยใช้ Mist spray คอการให้นํ าเปนละอองฝอยจับตามใบ และก งชําจะ
                                                                                                     ิ
                                                                      ุ
                     ่
                                                                                            ิ
                                                                                       ั
                                                                    ั
                    ชวยลดการคายนํ า ทําให้ก งชําสังเคราะห์แสงได้มากกว่าปจจบัน วิธน ใช้ในการปกชําก งสน
                                         ิ
                                                                            ี
                                                                             ี
                                                                               ู
                                                                                               ่
                                           ู
                                                              ิ
                                  6. อุณหภมิ การออกรากของก งชําต้องการอุณหภมิกลางวัน ตั งแต 21 - 27 องศา
                                                                          ้
                                              ื
                                                             ี
                                      ู
                         ี
                                                                                                           ี
                                                                                                       ่
                                                                               ิ
                                                                                                    ึ
                                                                                                ิ
                    เซลเซยส และอุณหภมิกลางคน 15 องศาเซลเซยส ถ้าอากาศรอนเกนไป จะทําให้ตาเจรญข นกอนท
                                    ู
                                        ี
                                                                                                          ู
                                                                  ิ
                                  ิ
                                                                                             ึ
                                                      ึ
                    จะมีราก ทําให้ก งสญเสยนํ า การปกชําจงควรทําให้เกดรากกอนทยอดจะแตกผลิใบข น หากอุณหภมิ
                                                                             ี
                                                                        ่
                                                 ั
                                                                 ิ
                                            ู
                                 ู
                                                                          ี
                           ุ
                    ของวัสดปกชําสงกว่าอุณหภมิของบรรยากาศรอบ ๆ ก งปกชํายิ งดมาก
                                                                   ั
                            ั
                                                                  ็
                                  7. แสงสว่าง แสงเปนพลังงานทจําเปนในการสรางอาหารของพืช และในขบวนการ
                                                              ี
                                                   ็
                                                                            ้
                    เกดรากจากการปกชําต้องการอาหารมาใช้ในจดทจะเกดราก และการเจรญเตบโตของราก ซงก็ได้
                                                             ุ
                                                                                        ิ
                     ิ
                                                                                    ิ
                                                                     ิ
                                   ั

                                                                ี
                                                                                                      ึ
                                                            ั
                                                        ี
                                                                      ิ
                                                                           ั
                    จากความเข้มข้นของแสงและระยะเวลาทได้รบแสง ปกตการปกชําสนจะใช้การพรางแสงเพื อไม่ให้
                    ก งปกชําได้รบแสงมากไป ควรได้รบแสงประมาณรอยละ 30 - 50
                       ั
                     ิ
                              ั
                                                 ั
                                                               ้
                                                  ุ
                                                           ี
                                                                                     ี
                                                         ี
                                                                  ่
                                                    ั
                                        ุ
                                          ั
                                  8. วัสดปกชํา วัดสปกชําทดต้องโปรง มีอากาศถ่ายเทได้ด อุ้มนํ าได้มาก ระบายนํ า
                                 ี
                                                                   ี
                                                     ื
                                                                            ั
                                                                          ุ
                                                                                 ี
                        ี
                    ได้ด ในขณะเดยวกันต้องปลอดจากเช อรา และแบคทเรย วัสดปกชําทใช้กันแพรหลายในการปกชํา
                                                                    ี
                                                                                          ่
                                                                                                       ั
                        ื
                                        ี
                    สนคอ ทรายหยาบผสมข เถ้าแกลบ

                                                                      ื

                                             ื
                                         ื
                    4. การเพาะเลี ยงเนอเยอ (Tissue culture หรอ In – vitro culture)
                                  ในประเทศไทย การขยายพันธ์ไม้โดยวิธการเพาะเลี ยงเน      ือเยื อ (Tissue culture)
                                                                         ี
                                                               ุ
                         ั
                                                             ี
                                                         ็
                                      ่
                    สําหรบในงานด้านปาไม้แล้วจัดได้ว่ายังเปนวิธการใหม่และยังไม่ทํากันอย่างแพรหลายทั วไป นอก
                                                                                           ่
                                     ุ
                                                                  ุ
                    จากจะใช้ขยายพันธ์ไม้ในการศึกษาทางการบํารงพันธ์ไม้เพื อการทดลอง ทั งน เพราะวิธการขยายพันธ์ ุ
                                                                                       ี
                                                                                               ี
                                                             ุ
                                                                     ื
                                                                                          ์
                           ่
                                                                                             ่
                    แบบน  ีคอนข้างจะยุ่งยากและสลับซับซ้อนต้องอาศัยเครองมือทางวิทยาศาสตรมาชวยในการขยาย
                                                                                  ู
                    พันธ์ นอกจากนั นการปฏิบัตงานต้องการความละเอียดอ่อน ความรความสามารถเฉพาะบคคล
                        ุ
                                                                                  ้
                                                                                                       ุ
                                              ิ
                                                              ่
                                                          ่
                                                                                                           ี
                                                                                                     ุ
                                                                             ี
                    ประสบการณ และใช้เวลามาก ทําให้คาใช้จายคอนข้างสงเมื อเปรยบเทยบกับการขยายพันธ์โดยวิธ
                                                                      ู
                                ์
                                                                                  ี
                                                      ่
                                                                                         ี
                    อื นๆ Boontawee (1987)  กล่าวว่า ไม้ทควรได้รบการขยายพันธ์โดยการเพาะเล ยงเน อเยื อ ควรมีคณ
                                                                                             ื
                                                             ั
                                                                                                         ุ
                                                     ี
                                                                           ุ
                    สมบัตดังตอไปน   ี
                             ่
                         ิ
                                                                                         ้
                                            ี
                                      ็
                                                                                  ี
                                                                    ื
                                                                                                ่
                                  1. เปนไม้ทตลาดต้องการมาก อยู่ในรายชอต้นไม้ ในบัญชปลูกสรางสวนปา
                                      ็
                                  2. เปนชนดไม้ทกําลังอยู่ระหว่างการปรบปรงพันธ์  ุ
                                                                       ุ
                                                                   ั
                                                ี
                                          ิ
                                                ี
                                          ิ
                                      ็
                                  3. เปนชนดไม้ทเมื อใช้เมล็ดปลูก จะมีความผันแปรทางพันธกรรมมาก
                                                                                    ุ
                                          ิ
                                      ็
                                                ี
                                  4. เปนชนดไม้ทหายาก

                                                                               ์
                                                ี
                                      ็
                                          ิ
                                  5. เปนชนดไม้ทผลิตเมล็ดไว้ใช้งานนานๆ ไม่ได้ เปอรเซ็นต์การงอกตํา
                                                                                                  ี
                                                                                    ื
                                                      ี
                                  ไม้สนเขา เปนไม้สนทตลาดต้องการมากและอยู่ในรายชอต้นไม้ในบัญชปลูกสราง
                                             ็
                                                                                                         ้
                         ่
                                                                   ่
                                                                ิ
                    สวนปาตามข้อ 1, 2  ดังนั น การขยายพันธ์โดยใช้ช นสวนเล็กๆ ของพืชในสภาพปลอดเช อ (Methods
                                                                                                 ื
                                                        ุ
                                           ี
                    micro-propagation) เปนวิธการสรางสายพันธ์ (clone) จากช นสวนทเล็กๆ ของพืช เชน embryo
                                       ็
                                                  ้
                                                                                  ี
                                                                                                  ่
                                                                             ่
                                                             ุ
                                                                          ิ
   142   143   144   145   146   147   148   149   150   151   152