Page 13 - ไม้สะเดา2562
P. 13
12
ั้
ั
ุ
้
ึ
่
เป็นเพราะการบ ารงดูแลรกษาที่แตกตางกัน ดังนน การปลูกสะเดาตองค านงถึงปัจจัยตางๆ
่
เหล่านี้ด้วย โดยธรรมชาติแล้วไม้สะเดาไม่ชอบพื้นที่ชื้นแฉะหรือที่มีน้ าขัง
ึ่
ิ
ื
ปัจจัยอีกประการหนงที่มีผลตอการเตบโตของไม้สะเดาคือ ระยะปลูก หรอความ
่
่
ิ
ุ
หนาแนน ซึ่งจะมีผลตอการเตบโตอยางเด่นชด การเตบโตของไม้สะเดาอาย 3 ปี ในจังหวัด
ิ
่
ั
่
ู
ิ
ี
ราชบุร ที่มีระยะปลูกตางๆ กัน คือ <1, 1-2 และ 4-8 เมตร มีการเตบโตทางเส้นผ่านศนย์กลาง
่
ี
เพยงอกเฉลย 2.5, 4.7 และ 7.5 เซนตเมตร ความสูงเฉลี่ย 3.2, 4.3 และ 4.6 เมตร ตามล าดับ
ิ
ี่
ซึ่งในระยะปลูกนอยๆ หรอมีความหนาแนนสูงมากจะมีอัตราการเตบโตทางเส้นผ่านศนยกลาง
้
์
ู
ื
ิ
่
ิ
่
ื
่
ิ่
นอยมาก แตเมื่อระยะปลูกเพมมากขึ้นหรอลดความหนาแนนลง อัตราการเตบโตทางเส้นผ่าน
้
ศูนยกลางจะเพมมากขึ้นตามล าดับ ส าหรับการเติบโตทางความสูงนั้นไม่มีความแตกต่างกันมาก
ิ่
์
นัก (ทักขินัย, 2530 อ้างโดย บุญฤทธิ์ และคณะ, 2536)
การทดลองปลูกไม้สะเดาที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้ความหนาแน่น 8 ระดับ คือ 40,000,
17,778, 10,000, 4,445, 2,500, 625, 278 และ 157 ตนตอเฮกแตร ท าการเก็บข้อมูลทุกๆ ปี
่
์
้
ุ
่
์
ตั้งแตอาย 1-13 ปี พบว่า การเติบโตของไม้สะเดาทางด้านขนาดเส้นผ่านศูนยกลางที่ระดับชิดดิน
์
(Do) ที่ระดับความสูง 1.30 เมตร (DBH) และความสูงทั้งหมด (H) และเปอร์เซ็นตการรอดตาย มี
้
ั
่
่
แนวโนมเพมมากขึ้นเมื่อระดับความหนาแนนลดนอยลง ส าหรบมวลชวภาพส่วนตางๆ และ
้
ิ่
ี
่
ิ
ั
ู
ปรมาตรเฉลียตอตน มีค่าลดลงเมื่อหมู่ไม้มีความหนาแนนเพมขึ้น โดยเรมมีความสัมพนธ์ในรป
่
้
ิ่
ิ่
่
Competition-Density effect ในหมู่ไม้ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปี และจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของหมู่ไม้
และเมื่ออาย 13 ปี หมู่ไม้ที่ปลูกด้วยระดับความหนาแน่น 157 และ 40,000 ต้นต่อเฮกแตร จะให้
์
ุ
มวลชีวภาพของส่วนต่างๆ และปริมาณล าต้นเฉลี่ยต่อต้นสูงสุดและต่ าสุดตามล าดับ ส่วนผลผลต
ิ
่
ิ่
ิ่
้
่
ี
่
ิ
ื้
มวลชวภาพส่วนตางๆ และปรมาตรล าตนตอพนที่มีค่าเพมตามความหนาแนนที่เพมขึ้น โดยมี
ั้
ุ
ความสัมพันธ์ในรูปของ Yield-Density effect ตงแต่อาย 1 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามอาย ุ
ุ
่
เชนเดียวกัน และเมื่อมีอาย 13 ปี หมู่ไม้ที่ปลูกด้วยความหนาแนน 10,000 และ 278
่
ต้นต่อเฮกแตร์ จะให้ผลผลิตต่อหน่วยพนที่สูงสุดและต่ าสุดตามล าดับ (บุญฤทธิ์, 2548)
ื้
ี
การทดลองระยะปลูกไม้สะเดาอาย 10 ปี ที่จังหวัดกาญจนบุร พบว่า ที่ระยะปลูก
ุ
่
ิ
4 x 8 เมตร และ 4 x 4 เมตร มีการเตบโตดีที่สุด โดยมีความสูงเฉลีย 7.34 และ 6.84 เมตร
่
ขนาดเส้นผ่านศนยกลางเพยงอกเฉลีย 11.20 และ 10.08 เซนตเมตร ตามล าดับ รองลงมาคือ
ิ
ี
์
ู
ระยะปลูก 2 x 4 เมตร และ 2 x 2 เมตร มีความสูงเฉลีย 5.96 และ 5.16 เมตร ขนาดเส้นผ่าน
่
ศนยกลางเพยงอกเฉลีย 7.16 และ 6.18 เซนตเมตร ตามล าดับ และการเตบโตตาสุดที่ระยะ
ิ
ี
์
่
ิ
ู
่
ปลูก 1 x 2 เมตร และ 1 x 1 เมตร มีความสูงเฉลีย 5.37 และ 4.43 เมตร ขนาดเส้นผ่าน
่
ศูนย์กลางเพียงอกเฉลี่ย 5.98 และ 4.41 เซนติเมตร ตามล าดับ (สุทัศน์, 2543)

