Page 174 - หนังสือการเลี้ยงโคเนื้อ
P. 174
การเลียงโคเนือ 169
้
้
่
่
้
่
่
่
เข้ามาเกียวข้อง ในกรณีทีมีหญ้าหลายชนิดขึนอยูรวมกันหญ้าพันธุ์ทีสัตว์ไมชอบกินอาจมีโอกาส
เจริญเติบโตได้ดีกว่า ท าให้ผลผลิตของสัตว์ลดลง
ความสูญเสียจากการเหยียบย าและหญ้าส่วนทีเปอนมูลโคจะลดลงถ้าบังคับให้สัตว์แทะเล็ม
่
้
ื
่
หญ้าเปนแถบ ( Strip Grazing)โดยใช้รั้วไฟฟาควบคุม
็
้
การหมนเวียนแปลงหญ้าอาจจัดเปนระบบต่างๆตามระยะเวลาที่สัตว์แทะเล็มหญ้าในแปลงและ
็
ุ
ระยะทีพักแปลงตามตารางที 44
่
่
ตารางท 44 ตัวอย่างการหมุนเวียนแปลงหญ้าในระบบการแทะเล็มแบบหมุนเวียน
ี่
้
จ านวนวันท ี่ เร็ว ปานกลาง ชา
แทะเล็ม 1-7 วัน 7-15 วัน 15-30 วัน
พักแปลง 30-60 วัน 45-60 วัน 90-180 วัน
ทีมา : จาก Hanselka C.W. et al. “ Grazing System for Profitable Ranching” Texas Agri. Extension
่
Service. No. L-2211
ระยะเวลาการแทะเล็มค านวณได้จาก
เวลาการแทะเล็มเฉลี่ย(วัน) = ระยะพักแปลงเฉลี่ย(วัน)/จ านวนแปลงที่พัก
ตัวอย่างเช่น ระยะพักแปลง 60 วัน มี 12 แปลงทีพัก เวลาของการแทะเล็ม = 60/12 = 5 วัน
่
ในระบบหมนเวียนที่นานเกินไป เช่น 21-25 วันท าให้เกิดความสูญเสียจากหญ้าแก่ การย่อยได้
ุ
่
่
ของหญ้าลดลง และส่วนทีสัตว์ไมกินมีมาก ประมาณ 40 %ของพืชทีเจริญเติบโตจะไมถูกสัตว์กิน การใช้
่
่
็
เครืองตัดแต่งแปลงหญ้าเพือรักษาคุณภาพหญ้าเปนการเสียค่าใช้จายและสูญเสียหญ้า และเปนการเพิ่ม
่
่
่
็
ส่วนของล าต้นแทนทีจะเปนพุ่มใบ
็
่
ุ
พื้นที่ชลประทานอาจเหมาะสมในการหมนเวียนระยะสั้น 5 ถึง 7 วัน โดยหลังจากปล่อยให้แทะ
เล็มแล้ว 1-2 ครั้งแล้วให้นาชลประทาน
้
้
้
3. การตัดใหสัตว์กินโดยตลอด ( Zero Grazing) ระบบนีรวมถึง การตัดหญ้าสด การท าหญ้า
่
แห้ง และการท าหญ้าหมัก มีข้อดีคือ ลดความสูญเสียจากการเหยียบย าและการถ่ายมูลของสัตว์ การ
ั
่
่
่
เกียวด้วยมือต้องใช้แรงงานมาก การตัดด้วยเครืองจักรอาจมีปญหาทีลงตัดไมได้ในฤดูฝน ระบบนี ้
่
จ าเปนต้องใช้ปุยในแปลงหญ้าอย่างมาก ต้องใช้แรงงานขนมูลสัตว์และอาจเกิดมลภาวะบริเวณคอกทีขัง
๋
่
็
สัตว์ตลอด
การผลิตหญ้า 1 ตันจ าเปนต้องใช้ไนโตรเจนประมาณ 23 กก. ฟอสเฟต ( P O ) 5 ถึง 7 กก.
็
2 5
็
โปแตช (K O) 18 กก. ดังนั้นการตัดหญ้า 1 ตันจ าเปนต้องใช้ปุยทั้งหมดอย่างนอย 23-7-18 กก. (จาก
๋
้
2
Dorsett J. “Fertilization Effects on Grazing and Haying Operations” Texas Agri. Extension
Service. No. L-2206)
้
กลุ่มวิจัยและพัฒนาโคเนือ กองบ ารุงพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์

