Page 150 - Computer Network
P. 150

19.2. INTERNET PROTOCOL (IP)                                                       141



                          • Total length: ระบุความยาวทั้งหมดของดาต้าแกรม รวมถึงความยาวของเฮดเดอร์ด้วย ทำให้เร้าเตอร์
                            สามารถคำนวณหาค่าของความยาวของ payload ที่ถูกส่งมาด้วยการลบขนาดของเฮดเดอร์ออก


                          • Identification: เพื่อเป็นหมายเลขของดาต้าแกรม ในการใช้งานร่วมกับแอดเดรสต้นทาง ปลายทาง และ
                            โพรโตคอล เพื่อให้ไม่มีแพกเกตซํ้าในอินเทอร์เน็ต

                          • Flags: เป็นฟิลด์ขนาด 3 บิต แต่มีการใช้งานเพียงสองบิตเท่านั้นคือ บิต More เพื่อใช้ในการแบ่งแพกเกต
                            ขนาดใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง ในกรณีที่ความแตกต่างของศักยภาพของเน็ตเวิร์ค บิต Don't fragment เมื่อไม่

                            ต้องการให้เร้าเตอร์ระหว่างทางแบ่งแพกเกต อาจเนื่องจากภาครับไม่รองรับการแบ่งดาต้าแกรม ดังนั้นหาก
                            ดาต้าแกรมมีขนาดเกินกว่าเน็ตเวิร์คสามารถรองรับได้ ดาต้าแกรมจะ ถูกกำจัดออกไปโดยปริยาย

                          • Fragment offset: เพื่อใช้ในระบุลำดับของดาต้าแกรม ในการประกอบกับเมื่อมีการแบ่งดาต้าแกรมออก

                            เป็น Fragment
                                                                           book)
                          • Time-to-live (TTL): ในเบื้องต้นฟิลด์นี้ถูกออกแบบมาโดยจะใช้เวลาเป็นวินาที เพื่อกำจัดแพกเกตใน
                            เน็ตเวิร์ค เนื่องจากดาต้าแกรมอาจเกิดการลูปในเน็ตเวิร์คนานเกินไป แต่ในทางปฏิบัติเร้าเตอร์ส่วนมาก
                            ใช้จำนวนของฮอบของดาต้าแกรมเพื่อกำจัดดาต้าแกรมที่กล่าวถึงออกไป เมื่อมีค่าเป็น 0
                                                          (partial
                          • Protocol field: เพื่อระบุโพรโตคอลที่ใช้ในเลเยอร์ถัดขึ้นไป ในภาครับที่ปลายทาง เช่น TCP = 6, UDP =
                            17 และ ICMP มีค่าเป็น 1 เป็นต้น


                          • Header Checksum: เพื่อใช้ในการหลีกเลี่ยงการที่ดาต้าแกรมส่งไปยังปลายทางที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจาก
                            ระหว่างการส่งดาต้าแกรม บางส่วนของเฮดเดอร์จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้เร้าเตอร์ต้องคำนวณ
                                               only
                            เฮดเดอร์ทุกครั้ง


                          • Source/destination addresses: ขนาด 32 บิต เพื่อระบุต้นทางและปลายทาง โดยจะได้กล่าวในราย
                                    KKU
                            ละเอียดต่อไป

                          • IP options: เพื่อเพิ่มเติมข้อมูลจากผู้ใช้

                          • Padding: เพื่อทำให้เฮดเดอร์ของดาต้าแกรมมีขนาดเป็นจำนวนเท่าของ 32 บิต


                          • Data: ขนาดตามข้อมูลเป็นจำนวนเท่าของ 8 บิต ไม่เกิน 65,535 octects



                      19.2.2 การทำงานของการแบ่งดาต้าแกรม ( Fragmentation) ใน IPv4

                      เนื่องจากความแตกต่างของช่องสัญญาณ แพกเกตที่ส่งผ่านในแต่ละช่องสัญญาณต้องไม่เกิน Maximum
                      Transmission Unit (MTU) หากขนาดของ IP ดาต้าแกรมเกินกว่า MTU ดาต้าแกรมดังกล่าวจะต้องถูกแบ่งเพื่อให้

                      สามารถส่งผ่านไปได้ ยกเว้นกรณีมีการกำหนด Don't Fragment (DF) = 1 เพื่อไม่ให้แบ่ง IP ดาต้าแกรมดังกล่าว
                      จะทำให้ดาต้าแกรมถูกกำจัดทิ้งไป รูปที่ 19.10 แสดงค่า flag เมื่อมีการกำหนดห้ามการแบ่งดาต้าแกรม
                         รูปที่ 19.11 แสดงการแบ่งดาต้าแกรมออกเป็นส่วนย่อย เนื่องจากมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะผ่านเน็ตเวิร์คหนึ่งได้
                      ในการแบ่งดาต้าแกรมเราจะพิจารณาสามส่วนหลักได้แก่ ส่วนของ Identification (ID), flag และ fragment offset
                      โดยส่วนของ Identification เป็นเสมือนหมายเลขประจำตัวของดาต้าแกรม ดังนั้นแม้ว่าดาต้าแกรมจะถูกแบ่งให้มี
                      ขนาดเล็กลง หมายเลขนี้จะคงเดิมเสมอไม่ว่าจะมีการแบ่งออกเป็นกี่ส่วน ถัดมาในส่วนของ Flags จากเดิมจะมีค่า

                      More fragment = 0 หลังจากมีการแบ่งดาต้าแกรม ค่าของ Flags จะถูกกำหนดให้เป็น 1 (More fragment = 1)
   145   146   147   148   149   150   151   152   153   154   155