Page 152 - Computer Network
P. 152
19.2. INTERNET PROTOCOL (IP) 143
ได้แบ่งออกเป็นด้วยกัน 5 คลาส ได้แก่ คลาส A, B, C, D และ E รูปที่ 19.12 แสดงถึงคลาสต่างๆของ IP Address
สังเกตว่าในแต่ละคลาสจะกำหนดจำนวนบิตที่เป็นลอจิก 1 ในไบต์แรกแตกต่างกัน เช่น ในคลาส A จะเริ่มต้นด้วยบิต
แรกเป็นลอจิกศูนย์ในไบต์แรก (0XXXXXXX) และในคลาส B จะเริ่มต้นด้วย (10XXXXXX) เป็นต้น นอกจากนี้ ใน
32 บิตนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ชุดๆ ละ 8 บิต เรียกว่า Octect และภายหลังเรียกเป็นไบต์แทนเพื่อไม่ให้เกิดความ
สับสน จากนั้นจึงแทนตัวเลขไบนารีด้วยเลขฐาน 10 เพื่อให้สามารถจดจำได้ง่ายขึ้น ทำให้คลาส A อยู่ในช่วงจาก
แอดเดรส 0 ถึง 127 และคลาส B อยู่ในช่วงจากแอดเดรส128 ถึง 191 เป็นต้น นอกจากนี้ เนื่องด้วยการแบ่งเป็น
คลาส ทำให้การแจกจ่ายของแต่ละคลาสมีจำนวนแอดเดรสที่แตกต่างกัน ได้แก่
book)
รูปที่ 19.12: คลาสของ IP ในรูปของเลขฐานสองและฐานสิบ
(partial
คลาส A: เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีโฮสต์จำนวนมาก แต่ละแอดเดรสสามารถมีจำนวนโฮสต์ได้มากถึง 2 24
คลาส B: เหมาะกับองค์กรขนาดกลางที่มีโฮสต์ไม่สูงมาก เนื่องจากแต่ละแอดเดรสสามารถมีจำนวนโฮสต์ได้ 2 16
only
คลาส C: เหมาะกับองค์กรที่มีขนาดเล็ก มีจำนวนโฮสต์ไม่เกิน 254 โฮสต์
คลาส D: ไม่ได้แจกจ่ายให้องค์กรใดโดยเฉพาะ แต่ถูกใช้สำหรับการสื่อสารแบบมัลติคาสท์ (one-to-many)
KKU
คลาส E: สำรองไว้ใช้ในอนาคต
โดยทั่วไปแล้ว หากนำแต่ละคลาสมาพิจารณา เราสามารถแบ่งตามคลาสได้อีกสองส่วนคือ ส่วนที่แสดงถึง
หมายเลขของเน็ตเวิร์ค (network address) และหมายเลขของโฮสต์ (host address) รูปที่ 19.13 แสดงถึงจำนวน
เน็ตเวิร์คและโฮสต์ที่สามารถกำหนดได้ในแต่ละคลาส
รูปที่ 19.13: หมายเลขของเน็ตเวิร์คและโฮสต์ของคลาส A คลาส B และ คลาส C

