Page 158 - Computer Network
P. 158

19.2. INTERNET PROTOCOL (IP)                                                       149



                      งานหนึ่งๆ แทนการใช้งาน Class B หรือ Class A ปัญหาที่ตามมาคือยังไม่มีวิธีการที่แสดงถึงแต่ละ Class C ที่เรา
                      กำหนดนั้นเป็นกลุ่มเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาของ routing table explosion
                         สมมุติให้หน่วยงานหนึ่งได้รับ Class C จำนวน 20 ซับเน็ต สิ่งที่เกิดขึ้นในที่นี้คือแต่ละซับเน็ตต้องถูกแจ้งออกไป
                      (advertise) ในอินเทอร์เน็ต แทนที่จะส่งไปในลักษณะที่เป็นเพียงหนึ่งแอดเดรสเท่านั้นหากเป็นการใช้ Class B ในที่

                      นี้เราต้องแจ้งไปถึง 20 แอดเดรส หากมองในแง่ของอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยเร้าเตอร์จำนวนมากเพื่อรองรับแต่ละ
                      ซับเน็ต กรณีเช่นนี้จะทำให้สิ้นเปลืองทั้งหน่วยความจำที่ต้องใช้และความต้องการในการประมวลผลของเร้าเตอร์
                         Classless Inter-Domain Routing (CIDR) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้แก้ไขในกรณีดังกล่าว การทำงานของ CIDR
                      จะไม่จัดการกับ IP address ในลักษณะที่เป็นคลาสอีกต่อไป จะทำงานโดยอาศัยส่วนหน้าของ IP address (IP
                      prefix) เพื่อใช้ในการรวมหลายๆเน็ตเวิร์คเข้าด้วยกันให้เหลือเพียงหนึ่งเอ็นทรี (entry) เรียกว่า supernetting ดัง
                      นั้น supernetting เป็นการรวบเน็ตเวิร์คแอดเดรสเข้าด้วยกัน โดยการลดจำนวนบิตที่ใช้ในการระบุถึงเน็ตเวิร์ค

                      แอดเดรส(network mask) ลง ตรงข้ามกับการทำซับเน็ตติง ซึ่งจะทำให้จำนวนบิตเพื่อระบุเน็ตเวิร์คยาวขึ้น
                                                                           book)
                      ตัวอย่าง 19.2 สมมุติในหน่วยงานหนึ่งได้รับการกำหนด IP address เป็น 192.12.240.0 ถึง 192.12.255.0 มี
                      subnet mask เป็น 255.255.255.0 เมื่อพิจารณาในลักษณะเลขฐาน 2 เราจะได้



                                                          (partial
                                     192               12              xxxxxxxx            0
                              1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 0 0 1 1 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0


                              1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 0 0 1 1 1 1 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0

                                               only
                                      . . .             . . .            . . .             . . .


                              1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 1 0 0 1 1 1 1 1 1 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0
                                    KKU




                         จะเห็นว่าในส่วนของ octet ที่ 1 2 และ สุดท้ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ยกเว้นใน octet ที่ 3 ใน 4-บิต
                      แรกคงที่ และใน 4-บิตหลังมีการเปลี่ยนแปลงไปตามหมายเลขของซับเน็ต จาก CIDR เราสามารถที่จะแทนรูปแบบ
                      ของ X.X.X.X ของ network mask ด้วยความยาวของบิตที่ใช้ในการระบุช่วงของเน็ตเวิร์คแอดเดรสในที่นี้เรียก
                      ว่า supernet mask เช่น 255.255.240.0 ซึ่งใช้ 20 บิตแรกในการระบุช่วงของเน็ตเวิร์คแอดเดรส ทำให้เราเขียน

                      ในลักษณะของ CIDR block เป็น 192.12.240.0/20 เพื่อใช้ในการแจ้งไป (advertise) ยังเร้าเตอร์อื่น ในทำนอง
                      เดียวกันในหนึ่ง Class C ใช้ subnet mask เป็น 255.255.255.0 เพราะฉะนั้น เพื่อระบุถึง 24 บิตแรกหมายถึง
                      เน็ตเวิร์คแอดเดรสจะเขียนอยู่ในรูป X.X.X.X/24 และ Class B เป็น X.X.X.X/16 ปัจจุบันการเขียนในรูปแบบนี้
                      ถือว่าเป็นที่ยอมรับอย่างแผ่หลายในอินเทอร์เน็ต



                         จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่า IP address ที่ใช้เป็นช่วงของ Class C ที่ต่อเนื่องกัน คำถามที่อาจเกิดขึ้นคือ
                      หากมี IP address หนึ่งได้ถูกกำหนดให้หน่วยงานอื่นไปแล้ว จะยังสามารถทำงานในลักษณะดังกล่าวได้หรือไม่ จาก
                      ตัวอย่างข้างต้น สมมติให้ 192.12.250.0/24 ถูกใช้โดยหน่วยงานอื่น หากมีแพกเกตที่ต้องการส่งไปยังเน็ตเวิร์คดัง
                      กล่าว (เช่น 192.12.250.8) เร้าเตอร์จะสามารถตรวจสอบและพบว่าจำนวนบิตที่เหมือนกับเน็ตเวิร์คแอดเดรสของ
                      192.12.250.0/24 มากกว่าจำนวนบิตของ 192.12.240.0/20 ดังนั้น แพกเกตจะถูกส่งไปยังเน็ตเวิร์ค 192.12.250.0

                      ได้อย่างถูกต้อง
   153   154   155   156   157   158   159   160   161   162   163