Page 156 - Computer Network
P. 156

19.2. INTERNET PROTOCOL (IP)                                                       147





                                     130               12                224               X

                              1 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 1 1 0 0 1 1 1 X X X X X X X X X X X X X



                      ในกรณีนี้ broadcast address ของซับเน็ตสุดท้าย (130.12.255.255) และ broadcast address ของเน็ตเวิร์ค
                      แอดเดรส 130.12.0.0 จะมีค่าเดียวกัน แม้ว่าในกรณีผู้ดูระบบสามารถที่จะกำหนดซับเน็ตสุดท้ายนี้ได้ในเร้าเตอร์ที่
                      จะใช้ แต่เราไม่สามารถจะแยกความแตกต่างระหว่าง broadcast address ของซับเน็ตและของบรอดคาสท์ ใน
                      Class B เอง
                         จากกรณีดังกล่าวทำให้การใช้งานของ all-zeros subnet และ all-ones subnet ไม่ถูกนำมาใช้งาน เนื่องจาก

                      อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการใช้งานทั้งสองกรณีได้ถูกแก้ไขและยอมรับ เช่น เร้าเตอร์
                      ของ Cisco ตั้งแต่ IOS Software Release 12.0 เป็นต้นมา รวมไปถึงเร้าเตอร์จากผู้ผลิตรายอื่นๆ ยกเว้นเน็ตเวิร์ค
                      ที่ยังคงใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าอยู่เท่านั้น[50] ดังนั้นในที่นี้จะไม่หักซับเน็ตทั้งสองออกทำให้ได้ ในตัวอย่างที่ 19.1 มี
                      จำนวนซับเน็ตทั้งหมด 8 ซับเน็ต แต่ละซับเน็ตมีจำนวนโฮสต์ทั้งหมด 2 - 2 หรือ 8190 โฮสต์ จำนวนสองแอดเดรส
                                                                          13
                      ที่ลบออกเป็นซับเน็ตแอดเดรสและซับเน็ตบรอดคาสท์แอดเดรส  book)


                                                          (partial
                      19.2.6 Variable-Length Subnetting


                      จากการกำหนดที่ได้กล่าวไปแล้ว แม้ว่าจะดูเหมือนว่าจะทำให้เราแบ่งออกกลุ่มของ IP address เป็นซับเน็ตย่อยได้
                      แต่การแบ่งเป็นซับเน็ตที่มีขนาดเท่ากันดูจะยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก สมมุติเราต้องการแบ่งซับเน็ตเพื่อสนับสนุน
                      หน่วยงานหนึ่ง โดยมีความต้องการใช้เน็ตเวิร์คดังนี้
                                               only
                          • ฝ่ายงานบริการทั่วไปต้องการ 1 ชุดของ IP address เป็นจำนวน 2000 แอดเดรส


                          • ฝ่ายวิศวกรรมต้องการ 1 ชุดของ IP address เป็นจำนวน 500 แอดเดรส
                                    KKU
                          • ฝ่ายขายต้องการ 14 ชุดของ IP address เป็นจำนวน 50 แอดเดรสในแต่ละชุด

                          • ฝ่ายวิจัยต้องการ 1 ชุดของ IP address เป็นจำนวน 300 แอดเดรส


                          • ฝ่ายสนับสนุนต้องการ 10 ชุดของ IP address เป็นจำนวน 40 แอดเดรสในแต่ละชุด

                         สมมุติว่าหน่วยงานดังกล่าวได้รับการกำหนด1ClassBแอดเดรส130.12.0.0และsubnetmask255.255.0.0
                      ในกรณีนี้จะทำให้เราสามารถรองรับจำนวนโฮสต์ทั้งหมด 65,534 โฮสต์ หากพิจารณาการทำซับเน็ตติงตามวิธีการ

                      ที่กล่าวไปแล้ว จะทำให้เราได้จำนวนซับเน็ตและจำนวนโฮสต์ของแต่ละซับเน็ตตามตารางที่ 19.2

                                  จำนวนบิต Subnet Mask จำนวนซับเน็ตที่ได้ จำนวนโฮสต์ในแต่ละซับเน็ต
                                     2      255.255.192.0        4                 16382
                                     3      255.255.224.0        8                 8190
                                     4      255.255.240.0       16                 4094
                                     5      255.255.248.0       32                 2046
                                     6      255.255.252.0       64                 1022
                                     7      255.255.254.0       128                 510
                                     8      255.255.255.0       256                 254

                                  ตารางที่ 19.2: จำนวนซับเน็ตและจำนวนโฮสต์ของ Class B จากการทำซับเน็ตติง
   151   152   153   154   155   156   157   158   159   160   161