Page 208 - Computer Network
P. 208

บทที่ 25





                      เฮดเดอร์ส่วนต่อขยาย (Extension Headers)







                      จากประสบการณ์ของ IPv4 ทำให้การออกแบบ IPv6 เผื่อส่วนที่เรียกว่า Extension Headers หรือ เฮดเดอร์ส่วน
                                                                           book) Source Routing เพื่อส่งแพก
                      ต่อขยาย เพื่อรองรับแพกเกตที่ต้องจัดการเป็นกรณีพิเศษ เช่น บางแพกเกตอาจทำ
                      เกตหรือ ในกรณีที่ต้องการการจัดการพิเศษสำหรับภาครับบางกรณี ดังนั้น IPv6 จึงออกแบบให้สามารถแทรกเฮดเด
                      อร์ส่วนต่อขยาย ระหว่างเฮดเดอร์ของ IP และ ส่วนบรรจุข้อมูล (Payload) แต่ละเฮดเดอร์จะกำหนดโดยประเภท
                      ของเฮดเดอร์ ตามด้วยเฮดเดอร์นั้น หรือ ส่วนบรรจุข้อมูลหากเป็นส่วนเฮดเดอร์ส่วนต่อขยายสุดท้าย
                         รูปที่ 25.1 แสดงตัวอย่างของเฮดเดอร์ส่วนต่อขยายของ IPv6
                                                          (partial ในแพกเกตแรกจะเป็นกรณีที่แพกเกตไม่มีส่วน
                      เฮดเดอร์ส่วนต่อขยายใดๆ แพกเกตที่สองแสดงถึงกรณีที่มีการเพิ่มเติมของ Routing Header เป็นเฮดเดอร์ส่วนต่อ
                      ขยายสุดท้ายเป็นกรณีของเฮดเดอร์ส่วนต่อขยายที่ประกอบด้วย Routing Header และ Fragment Header


                                               only





                                    KKU






                                                รูปที่ 25.1: เฮดเดอร์ Extension ของ IPv6


                         สังเกตว่าในรูปที่ 25.1 ปกติเฮดเดอร์ของ IPv6 หากไม่มีการกำหนดเฮดเดอร์ส่วนต่อขยายใดๆ ค่า Next = TCP
                      จะถูกกำหนดไว้ แต่หากมีส่วนเฮดเดอร์ส่วนต่อขยาย ส่วนนี้จะถูกเลื่อนออกไปอยู่ส่วนสุดท้าย ค่าของเฮดเดอร์ส่วน
                      ต่อขยายที่สำคัญดังแสดงในตารางที่ 25.1



                      25.0.1 เฮดเดอร์เพื่อเร้าติ้ง (Routing Header)

                      กรณีของเฮดเดอร์ Routing Extension จะคล้ายกับการทำงานของ source routing เฮดเดอร์จะประกอบ IP
                      Address ของโนดที่ส่งผ่าน ใน IPv4 กำหนดการทำ Source routing ในสองลักษณะคือ Loose Source และ

                      Strict Source routing ในแบบแรกจะเป็นการกำหนดเร้าเตอร์ที่แพกเกตจะถูกส่งผ่านเพื่อไปยังภาครับ แต่ในกรณี
                      นี้เส้นทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ วิธีที่สองกำหนดเร้าเตอร์ที่ต้องผ่าน โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ใน IPv6 Routing
                      Header ได้ถูกกำหนดใน RFC 2460 รูปแบบของเฮดเดอร์แสดงในรูปที่ 25.2


                          • Next Header : บอกถึงประเภทของเฮดเดอร์ที่ตามมาใน Routing header (43)

                                                               199
   203   204   205   206   207   208   209   210   211   212   213