Page 209 - Computer Network
P. 209
200 บทที่ 25. เฮดเดอร์ส่วนต่อขยาย (EXTENSION HEADERS)
Next Header Type Value Notes
Hop-by-hop options 0
Routing 43
Fragment 44
Encrypted Security payload 50
Authentication 51
Destination Options 60
No Next Header 59 กรณีที่ไม่มีเฮดเดอร์ใดๆตามมา
ตารางที่ 25.1: ค่าต่างๆที่ใช้ในฟิลด์ของ IPv6 Next Header
Next Header Hdr Ext. Len Routing Type Segments left
Reserved
IPv6 Address (1) book)
IPv6 Address (2)
(partial
. . .
IPv6 Address (N)
only
รูปที่ 25.2: Routing Extension Header
• Header Extension Lenght: ความยาวของ extension header
KKU
• Routing Type: ปัจจุบันที่ได้รับการกำหนดแน่นอนแล้วคือ Source routing (Type = 0) และ Nimrod
network architecture (Type = 1)
• Segments Left: ใช้เพื่อระบุจำนวนโนดที่จะต้องผ่านเพื่อไปยังภาครับ หากมีค่าเป็น 0 แสดงว่าแพกเกตนั้น
ถึงภาครับแล้ว
25.0.2 เฮดเดอร์เพื่อแบ่งข้อมูล (Fragment Header)
จากที่ได้กล่าวไปแล้ว เนื่องจากศักยภาพของเน็ตเวิร์คในการรองรับขนาดของแพกเกตที่ไม่เท่ากัน การส่งผ่านจาก
เน็ตเวิร์คหนึ่งไปยังอีกเน็ตเวิร์คหนึ่ง ใน IPv4 เร้าเตอร์ต้องแบ่งเป็นแพกเกตให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สามารถส่งผ่าน
แพกเกตนั้นได้ นอกจากมีการกำหนดบิต don't fragment เป็นลอจิก 1 เท่านั้น เพื่อไม่ให้แบ่งแพกเกต ดังนั้น เพื่อ
ลดภาระของเน็ตเวิร์ค ใน IPv6 จะไม่รองรับการแบ่งแพกเกต หากแพกเกตที่ส่งมีขนาดใหญ่เกินกว่าฮอปถัดไปจะ
สามารถรองรับได้ แพกเกตจะถูกกำจัดทิ้งไป และเมสเสจของ ICMP จะถูกส่งกลับไปยังต้นทาง เพื่อให้ต้นทางแบ่ง
แพกเกตที่จะส่งนั้นก่อน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การส่งผ่านแพกเกตของ IPv6 ไปยังอีเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถรองรับได้
เพียง 1500 ไบต์เท่านั้น หากมีขนาดของแพกเกตที่สูงกว่านั้น จำเป็นจะต้องแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยที่ในแต่ละส่วน
จะถูกส่งต่ออย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องไปในเส้นทางเดียวกัน ดังนั้นในส่วนของ fragment header จะต้องมีข้อมูล
เพียงพอที่จะทำให้ภาครับสามารถประกอบเฟรมกลับมาได้ ดังแสดงในรูปที่ 25.3

