Page 249 - Computer Network
P. 249

240                                                          บทที่ 29. APPLICATION LAYER



                         • Synchronization source (SSRC) identifier : ใช้ในการระบุโนดต้นทาง ถ้าหากมีเพียงโนดต้นทางเดียว
                           32-บิตนี้จะกำหนดหมายเลขโนดที่ส่งข้อมูล แต่หากมีมากกว่าหนึ่งโนด มิกเซอร์จะทำหน้าที่ในการรวม
                           stream ทั้งหมดเป็นหนึ่ง stream เพื่อทำการส่งต่อ SSRC ส่วนที่เหลือจะเป็น contributing source หรือ
                           CSRC โดย SSRC เป็นค่าที่สุ่มขึ้น เพื่อทำการกำหนดต้นทางของเซสชัน


                         • Contributing source (CSRC) identifier : เป็นเลขขนาด 32 บิต เพื่อใช้ในการระบุโนดที่ส่งสตรีมจริง
                           หรือ Contributing source เช่นในกรณีมีโนดจำนวนสองโนดส่งสตรีมพร้อมกันผ่านมิกเซอร์ โดยมิกเซอร์
                           จะทำการรวมสตรีมทั้งสองเป็นสตรีมเดียวพร้อมทั้งให้กำหนด SSRC ตนเอง ส่วนโนดทั้งสองจะถูกกำหนด
                           เป็น CSRC


                         การทำงานของ RTP จะทำการสนับสนุนการทำงานของ Relay ด้วยกันสองแบบคือ Translators และ มิกเซอร์
                     (Mixesr) การทำงานของ Relay สามารถเป็นได้ทั้งภาคส่งและภาครับระหว่างการส่งข้อมูล ตัวอย่างได้แก่การส่ง
                     ข้อมูลระหว่างโนด A ไปยังโนด B โดยที่อาจเนื่องจากโนด B อยู่หลัง Firewall หรือโนด B ไม่รองรับข้อมูลที่ โนด A
                     ส่งมา ทำให้โนด A ไม่สามารถที่จะส่งไปโนด B ได้โดยตรง ทำให้โนด A ส่งไปให้โนด X แทน เพื่อส่งต่อไปให้โนด B
                     โดยโนด X อาจแปลงข้อมูลเพื่อให้เหมาะสมก่อนที่จะทำการส่งต่อไป B book)


                         • มิกเซอร์ (Mixer) ทำหน้าที่ในการสร้างสตรีมใหม่ จากโนดต้นทางหนึ่งหรือหลายโนด เพื่อส่งต่อไปให้ภาค
                                                          (partial
                           รับ ในระหว่างการส่งต่อ มิกเซอร์อาจแปลงสตรีมให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม เช่นการลดการใช้แบนด์วิด
                           ท์ลง หรือเพียงทำการรวมข้อมูลเท่านั้น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งการส่งเพื่อไปหาโนดปลายทางเดียวหรือหลาย
                           โนดพร้อมกัน เพื่อทำการซิงโครไนซ์สตรีมทั้งหมดใหม่ มิกเซอร์อาจทำตนเองเสมือนโนดต้นทางใหม่ของ
                           การส่งข้อมูล (SSRC) และส่งข้อมูลเวลาของตนไปด้วย เนื่องจากเวลาของแต่ละโนดต้นทางอาจไม่เท่ากัน

                           นอกจากนี้ เพื่อให้สามารถระบุถึงโนดที่สื่อสารด้วยจริง แพกเกต RTP จะใส่โนดที่เป็นโนดที่ส่งข้อมูลจริง
                                               only
                           (CSRC) ไปด้วย

                         • Translator ทำหน้าที่ในการสร้าง RTP แพกเกตขาออกสำหรับแต่ละ RTP ที่เข้ามา Translator อาจ
                           ทำการแปลงรูปแบบของข้อมูล หรือทำการใช้โพรโตคอลอื่นๆในการทำการแปลง ตัวอย่าง การทำงานของ
                                    KKU
                           Translator ได้แก่


                              – ความไม่เท่าเทียมของความสามารถของภาครับ เนื่องจากภาครับบางส่วนอาจไม่สามารถรองรับ
                                VDO ที่ความเร็วสูงได้ ทำให้ Translator ต้องแปลงข้อมูลให้มีคุณภาพที่ตํ่าลง ก่อนที่จะทำการส่ง
                                ต่อไป

                              – Translator สามารถที่จะทำซํ้าแพกเกตที่เป็นแบบมัลติคาสท์เป็นแบบหลายยูนิคาสท์ เนื่องจากภาค
                                รับอาจไม่สามารถจะทำการรับแพกเกตที่เป็นแบบมัลติคาสท์ได้ และสามารถช่วยในการทำการส่ง

                              – Translator อาจจัดการกับแพกเกตให้สามารถส่งผ่านไฟร์วอลล์ได้

                           การทำงานของ Translator จะทำการส่งต่อข้อมูลซึ่งต่างจากการทำงานของมิกเซอร์ คือ Translator จะไม่
                           ทำตนเสมือนโนดต้นทางไหม่ ทำให้การส่งต่อไม่มีการเปลี่ยนหมายเของ SSRC และจะไม่ทำซิงโครไนซ์สตรีม
                           ทั้งหมดใหม่ หรือส่งข้อมูลเวลาของตนไปด้วย


                         รูปที่ 29.10 แสดงการทำงานของมิกเซอร์ และ Translator สมมุติให้ในระบบประกอบด้วยโนดภาคส่งจำนวน
                     สี่โนด อีกหนึ่งโนดเป็นภาครับ นอกจากนี้ ในระบบยังประกอบด้วยมิกเซอร์ และ Translotor สมมุติให้ในระบบมี
                     หมายเลขของ SSRC ID ตามรูป แม้ว่ามาในความเป็นจริงแล้วค่าของ SSRC ID และ CSRC ID นี้จะถูกกำหนดขึ้น
                     แบบสุ่ม จากรูปจะเห็นว่าเมื่อ SSRC =1 และ SSRC = 2 ส่งผ่านมายังมิกเซอร์ มิกเซอร์จะทำการรวมสตรีมทั้งสอง

                     เป็นสตรีมใหม่ ในที่นี้สมมุติให้เป็น SSRC =1 จากที่กล่าวมาแล้วเพื่อให้สามารถบ่งถึงโนดที่ส่งข้อมูลจริงได้ มิกเซอร์
   244   245   246   247   248   249   250   251   252   253   254