Page 25 - Computer Network
P. 25
16 บทที่ 3. มาตรฐานการสื่อสาร
เปลี่ยนสารสนเทศ (American Standard Code for Coded Decimal Interchange, ASCII) เพื่อให้การ
รับ-ส่งของข้อมูลในเครื่องที่มีการจัดการของข้อมูลที่แตกต่างกัน สามารถที่จะสื่อสารกันได้ มาตรฐานที่เกี่ยว
กับเลเยอร์นี้ เช่น
– Joint Photographic Experts Group (JPEG) เป็นมาตรฐานด้านกราฟฟิก
– Motion Picture Experts Group (MPEG) เป็นมาตรฐานด้านภาพเคลื่อนไหวต่างๆ
• เซสชันเลเยอร์ (Session Layer) (Layer 5) ใน Session Layer เครื่องรับและเครื่องส่งจะสร้างเซสชัน
เพื่อให้บริการต่างๆ เช่น การควบคุมว่าเป็นช่วงของใครในการส่งข้อมูล (dialog control) การป้องกันไม่ให้
เกิดการทำงานในส่วนวิกฤตพร้อมๆกัน (token management) การเก็บสถานะการรับส่งที่ใช้เวลานาน ให้
สามารถทำงานต่อเนื่อง หากเกิดการขาดช่วงระหว่างการสื่อสาร (Synchronization) การทำงานโดยสรุป
ของ Session Layer คือ การสร้างการเชื่อมต่อ การถ่ายโอนข้อมูล และ การยกเลิกการเชื่อมต่อ ตัวอย่าง
book)
โพรโตคอลที่ใช้ใน Session Layer ได้แก่
– Network File System (NFS) เพื่อใช้ในการสนับสนุนการใช้ไฟล์ร่วมกันของระบบที่ต่างกัน
– Remote Procedure Call (RPC) เพื่อใช้เรียกกระบวนคำสั่ง (procedure) บนเครื่องคอมพิวเตอร์
(partial
เครื่องอื่นผ่านทางเน็ตเวิร์ค การใช้งานของ RPC เป็นประโยชน์อย่างมาก เพื่อใช้งานกับแอพพลิเคชัน
แบบไคลเอนต์-เซิร์ฟเวอร์ และ เทคโนโลยีระบบประมวลผลแบบกระจาย (distributed systems)
• ทรานสปอร์ทเลเยอร์ (Transport Layer) (Layer 4) เพื่อควบคุมการสื่อสารระหว่างเซสชัน ตรวจสอบ
ความถูกต้องของข้อมูลที่รับ-ส่งระหว่างต้นทางและปลายทาง รวมถึงการควบคุม การส่ง
แพกเกตที่สูญหายออกไปใหม่หากต้องการ การควบคุมการส่งข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง และช่วย
only
รับรอง (guarantee) ข้อมูลที่ส่งโดยเน็ตเวิร์คเลเยอร์ ให้ถึงจุดหมายอย่างครบถ้วน (เฉพาะ TCP) ปัจจุบัน
โพรโตคอลสำคัญที่ทำงานในทรานสปอร์ทเลเยอร์ ได้แก่
KKU
– Transmission Control Protocol (TCP) เป็นโพรโตคอลที่เชื่อมต่อระหว่างโฮสต์ด้านรับและส่ง
โดยจะสนับสนุนการตรวจสอบในหลายๆด้าน ให้แก่แอพพลิเคชันที่ใช้งาน เช่น การแก้ไขเมื่อมีการผิด
พลาดเกิดขึ้น (error recovery) การควบคุมการถ่ายโอนข้อมูล (flow control) รวมถึง การรองรับ
ความน่าเชื่อถือ (reliablity) ซึ่ง TCP จะเป็นการเชื่อมต่อแบบ connection-oriented ทำให้แพกเก
ตถูกจัดส่งเป็นไปตามลำดับที่ถูกส่ง
– User Datagram Protocol (UDP) เป็นโพรโตคอลที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อระหว่าง
โฮสต์ด้านรับและส่ง โดยที่ UDP ถือว่าเป็นแบบ connectionless และไม่รองรับการสูญหายของ
ข้อมูล (unreliable protocol) เหมาะสำหรับการส่งข้อมูลที่เป็นมัลติมีเดียต่างๆ เนื่องจากมีความ
ยืดหยุ่นสูง และมีเฮดเดอร์ขนาดเล็ก
• เน็ตเวิร์คเลเยอร์ (Network Layer) (Layer 3) ในส่วนของ Network Layer จะทำหน้าที่รับผิดชอบใน
การค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งข้อมูล การสร้างวงจรเสมือน (virtual circuit) เพื่อส่งข้อมูล รวมถึงการ
กำหนดหมายเลขประจำตัวของเครื่องแต่ละเครื่อง ตัวอย่างโพรโตคอลที่ทำงานในเลเยอร์นี้ ได้แก่
– Internet Protocol (IP) เพื่อใช้ในการกำหนด IP address ให้กับอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค โดยแพกเกตที่
ถูกส่งในเน็ตเวิร์คจะมีแอดเดรสนี้ ในการกำหนดต้นทางและปลายทางของการสื่อสาร โดยการทำงาน
ของ IP จะให้บริการที่เป็น connectionless และไม่รองรับการสูญหาย (unreliable) หรือเรียกว่า
เป็นการให้บริการแบบ best effort

