Page 286 - Computer Network
P. 286
34.4. คริปโตกราฟี (CRYPTOGRAPHY) 277
3. วิธีการในการกระจายข้อมูลลับเพื่อการใช้ข้อมูลลับร่วมกัน
4. การระบุโพรโตคอลเพื่อใช้กับภาครับและภาคส่ง เพื่อใช้กับอัลกอริทึม เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ต้องการ
34.4 คริปโตกราฟี (Cryptography)
คริปโตกราฟี (Cryptography) หรือวิทยาการเข้ารหัสลับ มาจากภาษากรีกคำว่า kryptos หรือการซ่อน การทำ
งานของคริปโตกราฟีเป็นวิธีการในการแทนข้อความตั้งต้นด้วยการเข้ารหัส โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของ
ข้อความที่ส่ง ข้อความตั้งต้นเรียกว่า เคลียร์เท็กซ์ (clear text) หรือ เพลนเท็กซ์ (plain text) จากนั้นข้อความที่ถูก
แปลงเรียกว่า ไซเฟอร์เท็กซ์ (cipher text) หรือบางครั้งเรียกว่า cryptogram
ในการแปลงข้อมูลจากเพลนเท็กซ์ไปเป็นไซเฟอร์เท็กซ์เรียกว่าการทำ การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ในขณะ
book)
เดียวกันในทางตรงข้ามการแปลงข้อมูลกลับจะถูกเรียกว่า การถอดรหัสข้อมูล (decryption) การทำการเข้ารหัส
ข้อมูลหรือ การถอดรหัสข้อมูลจะอาศัย คีย์ (Key) หรือ การใช้แฮซฟังก์ชัน (Hash function) การทำงานโดยใช้วิธีนี้
มีวิธีการกว้างๆ 3 วิธี คือ การทำงานโดยใช้ซีเคร็ทคีย์อัลกอริทึม พับลิกคีย์อัลกอริทึม และเมสเสจไดเจสต์อัลกอริทึม
(partial
คีย์ (key) คืออะไร? การใช้ คีย์(key) ถือเป็นส่วนสำคัญในการที่จะทำให้เราสามารถได้ไซเฟอร์เท็กซ์ที่ต้องการ
ในแต่ละการเข้ารหัสจะระบุถึงคีย์ที่ต้องการใช้มีหน่วยเป็นบิต เราอาจใช้ 1024 หรือ 2048 บิตในการเข้ารหัส หรือใช้
เพียง 64 หรือ 128 บิตเพื่อการเข้ารหัส โดยทั่วไปแล้วยิ่งเรามีขนาดของคีย์ใหญ่เท่าใด จะทำให้ได้ไซเฟอร์เท็กซ์ที่มี
ความปลอดภัยมั่นคงเท่านั้น แต่อาจต้องใช้การประมวลผลที่สูงขึ้น และระยะเวลาที่นานขึ้น
ในการเข้ารหัสบางประเภทเราอาจมีการกำหนดคีย์เพื่อให้ทำงานร่วมกัน เช่นการใช้ พับลิกคีย์ (public key)
only
และ ไพรเวทคีย์ (private key) โดยคีย์ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันทางคณิตศาสตร์ หรือเป็นการยากที่เราจะคำนวณ
ค่าของไพรเวทคีย์ โดยอาศัยเพียงพับลิกคีย์ อย่างไรก็ตามการหาไพรเวทคีย์ อาจทำได้หากมีเวลาพอ และความ
สามารถในการคำนวณ ทำให้ความสำคัญของขนาดคีย์เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ดังนั้น คีย์จำเป็นต้องมีขนาดที่เหมาะ
KKU
สม โดยที่มีขนาดใหญ่พอที่ทำให้มีความปลอดภัยมั่นคง แต่มีขนาดเล็กเพียงพอที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
• ซีเคร็ทคีย์อัลกอริทึม (Secret-key algorithm): ในการอัลกอริทึมนี้ผู้รับและผู้ส่งจะใช้ซีเคร็ทคีย์ร่วมกัน
เพื่อใช้ในการทำการเข้ารหัสข้อมูลและการถอดรหัสข้อมูลตัวอย่างของการทำงานในลักษณะได้แก่ Digital
Encryption Standard (DES) และ Advanced Encryption Standard (AES) รูปที่ 34.4 แสดงหลักการ
ทำงานของอัลกอริทึมนี้
รูปที่ 34.4: การทำงานของซีเคร็ทคีย์อัลกอริทึม (Secret-key algorithm)

