Page 290 - Computer Network
P. 290
34.4. คริปโตกราฟี (CRYPTOGRAPHY) 281
book)
(partial
รูปที่ 34.7: ขั้นตอนการทำงานใน RSA อัลกอริทึม
only
• ฟังก์ชันแบบออยเลอร์ φ(m) (Euler function) เป็นค่าจำนวนเต็มบวกที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ m และเป็น
จำนวนเฉพาะสัมพัทธ์ของ m ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถหารลงตัวได้ ยกเว้นตัวประกอบ (factor) ของ m
ในทำนองเดียวกันหากกล่าวถึงฟังก์ชันแบบออยเลอร์ (Euler function) ของ p จะทำให้เราได้จำนวนเต็มที่
น้อยกว่า p ที่สัมพัทธ์ (relative) กับ p จะเป็น
KKU φ(p) = P − 1 (34.4)
เช่นสำหรับ p ที่เท่ากับ 47 เราจะได้ φ (47) = 47-1 = 46 ดังนั้น จำนวนเต็มที่น้อยกว่า 47 เป็น จำนวน
เฉพาะสัมพัทธ์ของ 47 ดังนั้นหากเราให้จำนวนเฉพาะสองตัวคือ p และ q จะทำให้เราได้ผลคูณเป็น n = pq
ดังนั้นจำนวนเต็มที่น้อยกว่า n และเป็นจำนวนเฉพาะสัมพัทธ์ของ n คือ
φ(n) = φ(p)φ(q) = (p − 1)x(q − 1) (34.5)
ตัวอย่างเช่นหากเราให้ p = 3 และ q = 7 ดังนั้น เราจะได้ φ(21) = φ(3)φ(7) = (3 − 1)x(7 − 1) = 12
ทำให้ในที่นี้ เราจะได้จำนวนเฉพาะสัมพัทธ์ของ 21 เป็นเซ็ตของจำนวนเต็ม { 1, 2, 4, 5, 8, 10, 11, 13, 16,
17, 19, 20 }
• ตัวผกผันการคูณ (multiplicative inverses) หรือกรณีที่ทำเลขคณิตมอดุลาร์ (modular arithmetric)
ของค่าจำนวนเต็ม a ในช่วงของ 0 (ศูนย์) ถึง n1 ที่มีค่าของ x ในช่วงดังกล่าวมีค่าเป็น
ax mod n = 1 (34.6)
ในกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นคุณลักษณะที่มีประโยชน์ใน cryptographic แอพพลิเคชันเมื่อ a และ n เป็น
จำนวนเฉพาะสัมพัทธ์ เราสามารถที่จะหาค่าของจำนวนเต็ม x ได้เป็น
x = a φ(n)−1 mod n (34.7)

