Page 52 - Computer Network
P. 52
6.4. การแทนข้อมูลดิจิทัลด้วยสัญญาณดิจิทัล 43
ระดับแรงดัน (+V, -V หรือ 0) ในการส่งข้อมูล ซึ่งจะแปลงข้อมูลชุดละ 8 บิตหรือไบต์เป็นชุดละ 6 บิตที่สาม
ระดับของสัญญาณ (six ternary) ดังนั้นมีข้อมูลอยู่ 2 = 256 รูปแบบของข้อมูล ในขณะที่จะมี 3 = 729
8
6
ลักษณะของสัญญาณ ทำให้มีสัญญาณที่ไม่ได้ใช้จำนวนมาก โดยที่ส่วนที่เหลือจะถูกใช้เพื่อทำซิงโครไนเซชัน
และการตรวจสอบข้อผิดพลาด นอกจากนี้ยังใช้กับการทำ DC balance ตารางที่ 6.3 แสดงบางส่วนของการ
เข้ารหัส 8B6T และ รูปที่ 6.15 แสดงตังอย่างการเข้ารหัสโดยใช้ 8B6T ของข้อมูล 10111010
ข้อมูล (บิต) ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส ... ... ข้อมูล (บิต) ข้อมูลที่เข้ารหัส
0000 0000 - + 0 0 - + ... ... 1111 0000 + 0 0 0 - +
0000 0001 0 - + - + 0 ... ... 1111 0001 0 + 0 - + 0
0000 0010 0 - + 0 - + ... ... 1111 0010 0 + 0 0 - +
... ... 10111010 0 + 0 - + - ... ...
0000 1110 + 0 - 0 + - ... ... 1111 1110 0 0 + 0 + -
0000 1111 + 0 - - 0 + ... ... 1111 1111 0 0 + - 0 +
book)
ตารางที่ 6.3: ตารางตัวอย่างการเข้ารหัสแบบ 8B6T (บางส่วน)
(partial
only
KKU
รูปที่ 6.15: ตัวอย่างการส่งข้อมูลแบบ 8B6T (a) ข้อมูล 8B (10111010) (b) ข้อมูลแบบ 6T (0 + 0 - + -)
6.4.2 Block Coding
การเข้ารหัสแบบ Block Coding แทนที่จะเข้ารหัสข้อมูลที่ละหนึ่งบิต Block coding เป็นการนำข้อมูลเป็น
กลุ่มหรือบล็อก (block) (ตามชื่อ) ขนาด m บิต เพื่อแทนด้วยการเข้ารหัสจำนวน n บิต ในรูปแบบ mB/nB ข้อดีคือ
สามารถขจัดปัญหาในการทำประสานเวลา และสามารถใช้เพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดของข้อมูลได้ ตัวอย่างการเข้า
รหัสแบบนี้ได้ แก่ Four binary/Five binary (4B/5B)
4B/5B เป็นการแทนข้อมูลขนาด 4 บิตด้วยข้อมูลดิจิทัลขนาด 5 บิต วิธีนี้ถูกพัฒนาเพื่อใช้งานร่วมกับการเข้า
รหัสของ NRZ-I เนื่องจากข้อดีของการทำงาน NRZ-I คือมีอัตราการส่งสัญญาณ (signal rate) ที่ดี แต่มีปัญหาใน
การประสานเวลา ทำให้ต้องใช้งานร่วมกับ 4B/5B เพื่อให้แน่ใจว่ามีการเปลี่ยนแปลงของระดับสัญญาณ ตารางที่ 6.4
แสดงการเข้ารหัสแบบ 4B/5B ซึ่งจะเห็นว่าเราต้องการเพียง 16 รูปของการเข้ารหัสเท่านั้น ทำให้เลือกใช้ ข้อมูล
ดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนระดับสัญญาณอย่างน้อยสองครั้งเท่านั้น ในส่วนที่เหลือจะถูกใช้เพื่อเป็นการระบุจุดเริ่มต้น จุด
สิ้นสุด ความผิดพลาดของข้อมูล และบางส่วนไม่ได้นำมาใช้ ดังนั้น หากมีการส่งข้อมูลที่ตรงกับในส่วนของข้อมูลที่
ไม่ควรมีการใช้งาน แสดงว่ามีความผิดพลาดในการส่งข้อมูลขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการใช้ 4B/5B สามารถช่วยแก้
ปัญหาการประสานเวลา แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาของการเกิด DC component ได้

