Page 51 - Computer Network
P. 51
42 บทที่ 6. DIGITAL TRANSMISSION
รูปที่ 6.11: การเข้ารหัสแบบ Polar NRZ
รูปที่ 6.12: การเข้ารหัสแบบ NRZ Inverted
แมนเชสเตอร์ (Manchester) การใช้ bipolar เพื่อจุดประสงค์ในการส่งข้อมูลในระยะไกล ให้มีการใช้แบนด์วิดท์
ที่คุ้มค่าที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก LAN เป็นการส่งข้อมูลในระยะทางที่สั้น การคำนึงถึงราคาของเครื่อง
book)
ลูกข่ายสำคัญกว่าประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์ค จึงใช้การเข้ารหัสแบบแมนเชสเตอร์ โดยที่ลอจิก 1 จะเปลี่ยน
ระดับของสัญญาณ จาก A/2 ไป -A/2 ในทุกช่วงเวลาของแต่ละบิต และที่ลอจิก 0 จะเปลี่ยนระดับของ
สัญญาณจาก -A/2 ไป A/2 การใช้วิธีนี้ทำให้การทำประสานเวลา (synchronization) ง่ายขึ้น ผลเสียคือ
การที่ความเร็วของช่องสัญญาณที่จะต้องใช้เป็นสองเท่าจากข้อมูลเดิม ทำให้ต้องการแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น รูป
(partial
ที่ 6.13 แสดงตัวอย่างการเข้ารหัสแบบแมนเชสเตอร์
only
รูปที่ 6.13: การเข้ารหัสแบบแมนเชสเตอร์ (Manchester)
KKU
ดิฟเฟอเรนเชียลแมนเชสเตอร์ (Differential Manchester) เป็นการรวมวิธีการของ Return-to-Zero (RZ) และ
NRZ-I โดยจะเปลี่ยนระดับของสัญญาณ หากข้อมูลที่ตามมาเป็นลอจิก 0 แต่หากบิตถัดมาเป็นลอจิก 1 จะ
ไม่เกิดการเปลี่ยนระดับของสัญญาณ ตัวอย่างการเข้ารหัสแบบดิฟเฟอเรนเชียลแมนเชสเตอร์ แสดงในรูปที่
6.14
รูปที่ 6.14: การเข้ารหัสแบบดิฟเฟอเรนเชียลแมนเชสเตอร์
การเข้ารหัสแบบ mBnL โดย m เป็นค่าของจำนวนบิตที่ใช้ B เป็นการบอกถึงข้อมูลที่เป็นแบบไบนารี n เป็น
รูปแบบของสัญญาณ และ L เป็นจำนวนระดับของสัญญาณ อักษรสองตัวแรกเป็นการบอกถึงรูปแบบของ
ข้อมูล ส่วนที่เหลือเป็นรูปแบบของสัญญาณ เช่น 2B1Q (two binary, one quaternary), 8B6T (eight
binary, six ternary), 4D-PAM5 (four dimensional five-level pluse amplitude modulation) และ
MLT-3 (multiline transmission, three level)
การเข้ารหัส 8B6T เป็นการเข้ารหัสที่น่าสนใจวิธีหนึ่ง เนื่องจากเป็นการเข้ารหัสเพื่อให้สายสัญญาณ Cat-3
หรือดีกว่า สามารถรองรับการทำงานที่ 100 Mbps ได้ โดยการทำงานของการเข้ารหัส 8B6T จะใช้สาม

