Page 69 - Computer Network
P. 69
60 บทที่ 9. การทำงานของอุปกรณ์เน็ตเวิร์คเบื้องต้น
รูปที่ 9.5: ตัวอย่างสวิตซ์ของบริษัท Linksys
Storeandforward การทำงานของสวิตซ์ประเภทนี้สามารถดูได้จากความหมายของชื่อ คือสวิตซ์จะบัพเฟอร์
ณ พอร์ตขาเข้าของสวิตซ์ จนกระทั่งครบเฟรมก่อน เพื่อตรวจสอบความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ก่อนที่จะ
ส่งต่อไปยังบัพเฟอร์ของพอร์ตด้านขาออกไปยังปลายทาง การทำงานของสวิตซ์ประเภทนี้สามารถลดการใช้
แบนด์วิดท์ในเน็ตเวิร์คที่มีความผิดพลาดสูง แต่ข้อด้อยคือการที่ต้องรอจนครบเฟรมก่อน โดยเก็บไว้ในหน่วย
book)
ความจำ ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังปลายทาง ทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งเฟรม
Cutthrough การทำงานแบบ cut-through ทำให้สามารถส่งออกไปยังพอร์ตปลายทางเร็วขึ้น เนื่องจากแทนที่
สวิตซ์เก็บและตรวจสอบความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น สวิตซ์จะอ่านจนกระทั่งถึงตำแหน่งของแอดเดรสของ
(partial
ภาคส่งและภาครับเท่านั้น (ในอีเทอร์เน็ตเป็น 12 ไบต์แรก) จากนั้นจะส่งต่อไปยังพอร์ตปลายทางทันที ทำให้
พอร์ตสามารถรับเฟรมถัดไปได้ทันที ข้อดีของสวิตซ์นี้คือความเร็ว แต่ข้อเสียคือหากเฟรมที่ส่งไปนั้นมีความ
ผิดพลาดเกิดขึ้น จะทำให้สิ้นเปลืองแบนด์วิดท์
only
KKU รูปที่ 9.6: การสร้างเน็ตเวิร์คโดยการใช้สวิตซ์
รูปที่ 9.6 แสดงการเชื่อมต่อของสวิตซ์ จะเห็นว่าการติดตั้งจะคล้ายกับกรณีของการเชื่อมต่อของฮับ แต่ในที่นี้
หากมองในแง่ของการส่งข้อมูล สวิตซ์จะเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์โดยตรง ทำให้การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้ง
สองไม่รบกวนเครื่องอื่น อย่างไรก็ตามเนื่องจากการส่งแบบบรอดคาสท์ของบริดจ์และสวิตซ์ในบางโพรโตคอล เช่น
ARP ทำให้เกิดเฟรมจำนวนมากถูกส่งต่อในเน็ตเวิร์คจนไม่สามารถทำงานได้ เรียกว่าการเกิด broadcast storm ดัง
จะได้กล่าวในรายละเอียดต่อไป
9.5 เร้าเตอร์ (Router)
เร้าเตอร์ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในระบบเน็ตเวิร์ค เร้าเตอร์เชื่อมต่อเน็ตเวิร์คต่างๆเข้าเป็นเน็ตเวิร์คขนาดใหญ่
การเชื่อมโยงของเร้าเตอร์จำนวนมากทำให้เกิดเป็นอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน เร้าเตอร์ทำงานในเลเยอร์ 3 เพื่อใช้ในการ
หาเส้นทาง โดยการพิจารณาจาก IP address จากภาคส่งเพื่อไปหาภาครับ รูปที่ 9.7 แสดงตัวอย่างเร้าเตอร์ของ
Cisco

