Page 73 - Computer Network
P. 73
64 บทที่ 10. ช่องสัญญาณ
กันของสายสัญญาณ จะทำให้เกิดความสมดุลของสัญญาณ ทำให้สามารถลดสัญญาณรบกวนระหว่างสายสัญญาณ
เรียกว่า ครอสทอล์ก (Crosstalk) ครอสทอล์กเกิดขึ้นจากการที่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่เท่ากันของสายสัญญาณที่
เดินคู่ขนานไปด้วยกัน มีการเหนี่ยวนำ (induce) ต่อกัน การเกิดขึ้นของครอสทอล์กจะทำให้ความเร็วของสัญญาณ
ไม่เป็นไปอย่างที่ควร และเป็นผลให้ระยะทางที่สามารถส่งได้ลดลง ดังนั้นจำนวนของการพันต่อความยาวจะค่อน
ข้างมีผลต่อคุณภาพของสัญญาณ โดยสายตีเกลียวคู่ สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ สายตีเกลียวคู่แบบมี
ป้องกันสัญญาณรบกวน (Shielded Twisted-pair : STP) และแบบสายตีเกลียวคู่แบบไม่มีป้องกันสัญญาณรบกวน
(Unshielded twisted-pair : UTP) ดังแสดงในรูปที่ 10.3
book)
รูปที่ 10.3: โครงสร้างของสายสัญญาณแบบ (a) STP และ (b) UTP
(partial
1. สายตีเกลียวคู่แบบมีป้องกันสัญญาณรบกวน (Shielded Twisted-pair (STP)) มีการป้องกันสัญญาณ
รบกวนโดยใช้แผ่นอลูมิเนียมบางห่อหุ้มด้านนอกอีกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
รูปที่ 10.3(a) แม้ว่าการใช้สายตีเกลียวคู่แบบมีป้องกันสัญญาณรบกวนมีข้อดีคือการป้องกันสัญญาณรบกวน
จากภายนอกได้ดี แต่ไม่นิยมใช้เนื่องจากปัญหาด้านขนาดและราคา
only
2. สายตีเกลียวคู่แบบไม่มีป้องกันสัญญาณรบกวน (Unshielded twisted-pair (UTP)) ได้รับความนิยมสูง
กว่า เนื่องจากมีขนาดเล็กและมีราคาถูกกว่า ดังแสดงในรูปที่ 10.3(b) สังเกตว่าจะไม่มีส่วนของแผ่นโลหะ
เหลืออยู่
KKU
Electronic Industries Association (EIA) ได้แบ่งสายสัญญาณออกเป็น Category โดยที่แต่ละ category จะ
มีคุณลักษณะและจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน ดังแสดงในตารางที่ 10.1
Category ความเร็ว (Mbps) การนำไปใช้งาน
1 < 0.1 สายโทรศัพท์
2 2 สายสัญญาณ T-1
3 10 รองรับความเร็ว 10 Mbps (10Base-T)
4 16 Token Ring
5 100 100BaseX อีเทอร์เน็ต, ATM
5e 100 จาก 10Base-T ไปจนกระทั่ง 1000Base-T (จิกะบิต) อีเทอร์เน็ต
6 200 จาก 10Base-T ไปจนกระทั่ง 10GBase-T (10-จิกะบิต) อีเทอร์เน็ต
ตารางที่ 10.1: มาตรฐานสายตีเกลียวคู่แบบไม่มีป้องกันสัญญาณรบกวน
Cat 6 Sometimes 250Mhz 1Gbps Cat 6a Sometimes 500MHz 10Gbps Cat 7 Yes 600Mhz 10Gbps
Cat 8 Yes 2GHz 40Gbps
การเชื่อมต่อของสายตีเกลียวคู่แบบไม่มีป้องกันสัญญาณรบกวน โดยทั่วไปจะใช้ RJ45 ดังแสดงในรูปที่ 10.4 ซึ่ง
มีลักษณะคล้ายหัวต่อโทรศัพท์ แต่มีจำนวนขา (pin) ที่ใช้ต่อมากกว่า

