Page 76 - Computer Network
P. 76
10.3. ใยแก้วนำแสง (FIBER OPTIC) 67
สายสัญญาณ ฺBNC-T
หัวต่อ BNC สายดิน
รูปที่ 10.7: หัวต่อ BNC, หัวต่อ BNC แบบรูปตัว T และ หัวต่อ BNC จุดสิ้นสุดสัญญาณ ตามลำดับ
แกนสายใยแก้วนำแสงมีค่ามากกว่าของดัชนีการสะท้อนของส่วนห่อหุ้ม (cladding) ทำให้เกิดแสงเกิดการสะท้อน
book)
ไปตามแนวของแกนของเส้นใยแก้วนำแสง
ใยสังเคราะห์เพื่อความแข็งแรง
ปลอกพลาสติกด้านนอก
(partial แกนแก้วหรือพลาสติก
ส่วนวัสดุหุ้ม (cladding)
only ส่วนรองรับการกระแทก
รูปที่ 10.8: ใยแก้วนำแสง
KKU
การส่งสัญญาณภายในเส้นใยแก้วนำแสง สัญญาณข้อมูลจะถูกแปลงเป็นคลื่นแสงแล้วส่งให้สะท้อนภายใน
เส้นใยแก้วนำแสง เมื่อแสงถูกส่งเข้าในเส้นใยแก้วนำแสง แสงอาจเดินทางเป็นเส้นตรงในใยแก้วนำแสงหรืออาจ
สะท้อนจากผิวของใยแก้วนำแสง การส่งข้อมูลในเส้นใยแก้วนำแสงสามารถทำได้สองโหมด (mode) คือแบบ
Multimode และแบบ Singlemode การส่งแบบ multimode คือการที่มีต้นกำเนิดแสงหลายต้นกำเนิดส่ง
เข้าไปในใยแก้วนำแสงเดียวกัน โดยแต่ละสัญญาณจะมีมุมในการตกกระทบที่แตกต่างกัน ทำให้ด้านรับสามารถแยก
สัญญาณที่รับได้ การทำงานของ single-mode จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กกว่าแบบ multimode ทำให้แสง
สามารถเดินทางภายในแกนของใยแก้วนำแสงการใช้ single-mode ทางทฤษฎีสามารถส่งไปได้ถึง 10 กิโลเมตร รูป
ที่ 10.9 แสดงการส่งสัญญาณของทั้งสองแบบ
นอกจากการส่งในใยแก้วนำแสง 2 โหมดที่กล่าวไปแล้ว จากรูปที่ 10.9 เรายังสามารถที่จะแยกชนิดของใยแก้ว
นำแสงออกเป็น 2 ชนิดตามชนิดของวัสดุที่ใช้ในแกนของใยแก้วนำแสงได้แก่ใยแก้วนำแสงแบบ stepindex และ
แบบ gradedindex ใยแก้วนำแสงแบบ stepindex ค่าดัชนีของวัสดุที่เป็นแกนของใยแก้วนำแสงมีค่าคงที่ และ
มีเปลี่ยนไปแบบทันทีที่ส่วนของวัสดุที่ใช้ห่อหุ้ม (cladding) ในขณะที่แบบ gradedindex ค่าของดัชนีการสะท้อน
ของวัสดุที่ใช้ทำแกนของใยแก้วนำแสงมีค่าเปลี่ยนแปลงตามแนวจากเส้นผ่านศูนย์กลางของใยแก้วนำแสง ทำให้การ
เดินทางของแสงมีลักษณะที่แตกต่างกันดังรูป
ขนาดของเส้นใยแก้วนำแสงถูกกำหนดโดยขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางของแกนต่อเส้นผ่านศูนย์กลางของส่วน
ห่อหุ้ม โดยขนาดของใยแก้วนำแสงที่ใช้กันทั่วไป แสดงในตารางที่ 10.4

