Page 243 - ประวัติศาสตร์การสงคราม
P. 243

241

การรบท่ี บ.รม่ เกลา้ อ.ชาติตระการ จว.พษิ ณโุ ลกในปี พ.ศ.๒๕๓๐ – ๒๕๓๑

ภูมหิ ลงั ความขดั แย้ง และสถานการณ์การสูร้ บ
   กลา่ วทว่ั ไป
                สงครามบา้ นรม่ เกลา้ เกดิ จากกรณีพิพาทระหวา่ งประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตย

ประชาชนลาว ณ บา้ นร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก อันเนื่องมาจากปญั หาเส้นเขตแดนทอ่ี ้าง
สนธิสัญญาคนละฉบบั ลาวได้สง่ กำลังทหารเข้ามายึดพ้นื ทส่ี ่วนทีเ่ ปน็ ปัญหา ไทยส่งกำลังทหารเข้าผลักดัน เกดิ
การปะทะกันด้วยกำลงั ทหารของท้งั 2 ฝ่ายอยา่ งหนกั หนว่ งในชว่ งเดอื นธนั วาคม 2530 ไปจนถึงเดือนกมุ ภาพนั ธ์
2531 มีการหยุดยิงเมื่อวนั ท่ี 19 กุมภาพันธ์ 2531เหตกุ ารณเ์ กิดขนึ้ ในชว่ งปลายของยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
เปน็ นายกรัฐมนตรี ท้งั น้โี ดยมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งผบู้ ญั ชาการทหารบก

                  ๑. ภายหลงั จากปี ๒๕๒๕ เปน็ ต้นมา สถานการณ์ของการสู้รบเพอื่ เอาชนะ
คอมมิวนสิ ตใ์ นพน้ื ที่ จว.อุตรดติ ถ์ พิษณุโลก และ เพชบรู ณ์ ได้ลดระดับความรนุ แรงลงตามลำดับและกลับคนื
สสู่ ภาวะเกือบเปน็ ปกติ ภายหลังจากท่ี ผกค. จำนวนมากไดก้ ลบั ใจเข้าร่วมพัฒนาชาตไิ ทย ดังนนั้ ผอ.ปค. จงึ
ไดอ้ นมุ ตั ิใหย้ กเลกิ ชดุ ควบคมุ ที่ ๓๓ (ชค.๓๓) ซึง่ รบั ผดิ ชอบพืน้ ท่ตี ามนโยบายการลดกำลงั กอ.รมน.ตัง้ แต่ ๓๐
เม.ย. ๓๐ เป็นต้นไป โดย ชค. ๓๓ ส่งมอบพืน้ ท่ใี นความรบั ผดิ ชอบให้กับ กอ.รมน.จว.พ.ล. และ พ.ช. ดำเนนิ การ
ตอ่ ไป

              ๒. อย่างไรก็ดี ทภ.๓/กอ.รมน.ภาค ๓ ไดต้ ระหนกั ถงึ ความจำเป็นที่จะตอ้ งตดิ ตามความ
เคลอ่ื นไหวภายในพ้นื ท่ี และเรง่ รดั การพัฒนาเพือ่ ความมน่ั คง จงึ ไดจ้ ดั ต้งั กองอำนวยการโครงการพฒั นาเพือ่
ความมั่นคงเฉพาะพนื้ ท่ี ภูขดั – ภูเม่ยี ง – ภูสอยดาว (กอ.พมพ.ภูขัดฯ) ขึ้น เมื่อ ๑ พ.ค. ๓๐ โดยใช้กำลงั ๒
รอ้ ย ทพ. และ ๒ มว.ตชด. ร่วมกับเจา้ หนา้ ท่ีกระทรวงตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง เพอ่ื พฒั นาพ้นื ทีแ่ บบเบ็ดเสร็จ และ
เสรมิ สร้างความม่ันคงทางด้านต่าง ๆ รวมทัง้ ดำเนินการปฏิบตั ิการทางทหารในพ้ืนท่ี อ.ชาติตระการ, อ.นำ้
ปาด และ อ.นครไทย ตอ่ ไป โดยเฉพาะในพนื้ ที่ อ.ชาติตระการ กอ.พมพ.ภขู ัดฯ ได้คงกำลงั ๒ ร้อย ทพ. คอื
ร้อย.ทพ.๓๔๐๕ ไวป้ ฏบิ ตั กิ ารในพ้ืนที่ บ.ร่มเกล้า ตง้ั แต่ พ.ค. ๓๐ เปน็ ตน้ มา

              ๓. ฝ่ายลาวได้อ้างอธปิ ไตยเหนอื ดนิ แดนของไทยทางดา้ น บ.รม่ เกล้า อ.ชาตติ ระการ จว.
พิษณุโลก ซ่งึ เป็นหมบู่ า้ นที่ฝ่ายเราไดจ้ ัดต้ังขน้ึ ใหม่ เพอ่ื ให้ผู้รว่ มพัฒนาชาตไิ ทย ซึ่งเป็นม้งเข้าอยูอ่ าศัย โดยอ้าง
สนธสิ ัญญาไทย – ฝรงั่ เศส ปี ๑๙๐๗ ( พ.ศ. ๒๔๕๐ ) และกลา่ ววา่ เส้นแบง่ เขตท่แี ท้จริงระหวา่ งไทย – ลาว
ทางดา้ นน้ี ได้แก่ ลำนำ้ เหืองปา่ หมนั ไมใ่ ช่ลำน้ำเหืองงา ตามที่ฝา่ ยไทยอ้างองิ และยึดถอื ซ่ึงเป็นการลำ้ แดน
เขา้ มาในเขตไทย ประมาณ ๗๐ – ๘๐ ตาราง กม. และอ้างว่า บ.รม่ เกลา้ ซ่ึงฝ่ายไทยไดจ้ ัดต้งั ขนึ้ และเป็น
ท่ตี งั้ ของ รอ้ ย.ทพ.๓๔๐๕ อย่ใู นดนิ แดนลาว พรอ้ มกนั นี้ ฝ่ายลาวไดห้ ยบิ ยกปัญหาการตัดไมข้ องบริษัทเอกชน
ซ่ึงได้รับสัมปทานจากทางราชการให้ทำกิจการบริเวณ บ.ร่มเกล้า กล่าวหาวา่ ฝ่ายไทยได้สรา้ งเส้นทางเข้าไปตดั
ไมใ้ นดนิ แดนลาว และให้การสนับสนุนกลุ่มต่อต้านชาวม้งเขา้ ไปปฏิบัติการในลาว
   238   239   240   241   242   243   244   245   246   247   248