Page 12 - รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปางเขต 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
P. 12

9

พนั ธกิจ

      สรางวัฒนธรรมตอ ตา นการทจุ ริตยกระดบั ธรรมาภบิ าลในการบรหิ ารจดั การทุกภาคสว นแบบ
บูรณาการและปฏริ ูปกระบวนการปอ งกนั และปราบปรามการทุจริตทง้ั ระบบ ใหม มี าตรฐานสากล

เปา ประสงคเ ชงิ ยุทธศาสตร

      ระดบั คะแนนของการรบั รกู ารทจุ รติ (corruption Perceptions Index : CPi) สงู กวารอยละ 50
วตั ถุประสงคห ลกั

      1. สงั คมมพี ฤตกิ รรมรว มตา นการทจุ ริตในวงกวาง
      2. เกดิ วัฒนธรรมทางการเมอื ง (Political Cuture) มงุ ตา นการทจุ รติ ในทกุ ภาคสวน
      3. การทจุ ริตถูกยับยง้ั อยางเทาทันดวยนวัตกรรมกลไกปอ งกนั การทจุ รติ และระบบบรหิ ารจัดการ
ตามหลกั ธรรมิบาล
      4. การปราบปรามการทจุ ริตและการบงั คบั ใชกฎหมาย มคี วามรวดเร็ว เปน ธรรม และไดร บั ความ
รวมมอื จากประชาชน
      5. ดัชนีการรับรกู ารทจุ ริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยมคี า คะแนนใน
ระดบั ทสี่ งู ขึน้

ยุทธศาสตร

      ยุทธศาสตรมคี วามครอบคลุมกระบวนการดำเนินงานดานการปองกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติ
มิชอบ โดยกำหนดยุทธศาสตรก ารดำเนนิ งานหลักออกเปน ๖ ยทุ ธศาสตร ดังน้ี

      ยทุ ธศาสตรท ่ี ๑ “สรางสังคมท่ไี มทนตอ การทุจรติ ”
      เปนยุทธศาสตรที่มุงเนนใหความสำคัญในกระบวนการการปรับสภาพสังคมใหเกิดภาวะที่ “ไมทน
ตอ การทจุ รติ ” โดยเรมิ่ ต้ังแตกระบวนการกลอ มเกลาทางสงั คมในทุกระดับชว งวยั ตัง้ แตป ฐมวัย เพ่อื สรา งวัฒนธรรม
ตอตานการทุจริต และปลูกฝง ความพอเพียง มวี นิ ยั ซือ่ สตั ย สจุ ริต เปน การดำเนินการผา นสถาบันหรือกลมุ ตวั แทน
ที่ทำหนาที่ในการกลอมเกลาทางสังคมใหมคี วามเปนพลเมืองที่ดี ที่มีจิตสาธารณะ จิตอาสา และความเสียสละ
เพ่ือสว นรวม และเสรมิ สรางใหทกุ ภาคสว นมีพฤติกรรมท่ีไมยอมรบั และตอ ตา นการทุจริตในทุกรปู แบบ

          ยุทธศาสตรท่ี ๑ กำหนดกลยุทธและแนวทางตามกลยุทธดังนี้

                            ยทุ ธศาสตรท ่ี ๑ สรา งสงั คมที่ไมทนตอการทจุ รติ

          กลยทุ ธ          แนวทางตามกลยทุ ธ

๑. ปรับฐานความคิดทกุ ชวงวัย ๑.๑ พัฒนาหลกั สูตร บทเรียน การเรียนการสอน การนำเสนอ และ

ตงั้ แตปฐมวยั ใหส ามารถแยก รูปแบบการปองกนั การทจุ รติ ตามแนวคิดแยกระหวา งผลประโยชนสวนตัว

ระหวางผลประโยชนสว นตัวและ และผลประโยชนส ว นรวม ในทกุ ระดับ

ผลประโยชนส วนรวม          ๑.๒ การกำหนด พฒั นา หรอื ปรบั ปรงุ มาตรฐานทางจริยธรรมและ

                            จรรยาบรรณวิชาชีพ และมีการประกาศใชอ ยางจรงิ จัง

๒. สง เสรมิ ใหม ีระบบและ  ๒.๑ กลอมเกลาทางสังคมในทกุ ชว งวัยตัง้ แตป ฐมวัย เพอื่ สรา งพลเมอื งที่ดี

กระบวนการกลอ มเกลาทาง ๒.๒ พฒั นานวตั กรรมและสอ่ื การเรียนรสู ำหรบั ทุกชวงวัยตัง้ แตป ฐมวัย

สังคมเพอื่ ตานทจุ รติ      ๒.๓ พัฒนาจติ สำนกึ สาธารณะ

                            ๒.๔ การใชเครือ่ งมือการสอ่ื สารทางสงั คมเพอ่ื ปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17