Page 131 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 131

122

                                                  เมื่อมีเหตุหรือมีการคัดค้านแล้ว อนุกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นจะขอ
                               ิ
                  ถอนตัวไม่ร่วมพจารณาอทธรณ์นั้นก็ได้ ถ้าอนุกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นมิได้ขอถอนตัวให้อนุกรรมการหรือ
                                       ุ
                                                                            ิ
                  กรรมการที่เหลืออยู่นอกจากอนุกรรมการหรือกรรมการผู้ถูกคัดค้านพจารณาข้อเท็จจริงที่คัดค้าน หากเห็นว่า
                                                                                       ิ
                  ข้อเท็จจริงนั้นน่าเชื่อถือ ให้แจ้งอนุกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นทราบ และมิให้ร่วมพจารณาอทธรณ์นั้น เว้นแต่
                                                                                               ุ
                                                                             ุ
                      ิ
                  จะพจารณาเห็นว่าการให้อนุกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นร่วมพจารณาอทธรณ์ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า
                                                                      ิ
                  เพราะจะท าให้ได้ความจริงและเป็นธรรมจะให้อนุกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นร่วมพิจารณาอุทธรณ์นั้นก็ได้
                                                2) อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอื่น
                                                  ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์มีการอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมาย  กศจ. อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง
                  หรือ ก.ค.ศ. จะต้องพิจารณาและมีความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายของผู้อุทธรณ์เป็นรายประเด็นด้วย
                                                  เมื่อ กศจ. อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนการ
                  ด าเนินการทางวินัยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จะต้องพิจารณาในข้อเท็จจริงต่อไป แต่หากเห็นว่า กระบวนการด าเนินการ

                                                           ุ
                  ทางวินัยขั้นตอนใดไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือค าอทธรณ์ฟงขึ้นในปัญหาข้อกฎหมายจะต้องพจารณามีมติให้ไป
                                                                                               ิ
                                                                  ั
                  ด าเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป โดยในชั้นนี้ยังไม่จ าต้องพิจารณาข้อเท็จจริง
                                  2.2  การนั่งพิจารณา
                                      องค์ประชุมในการนั่งพิจารณาอทธรณ์ของ กศจ. อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ.
                                                                  ุ
                  ต้องถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๖

                  โดยต้องไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการพิจารณาทางปกครอง และไม่มีสภาพร้ายแรงอนอาจท าให้การพจารณา
                                                                                                       ิ
                                                                                         ั
                  ทางปกครองไม่เป็นกลางด้วย เช่น เคยเป็นคณะกรรมการสอบสวนวินัย หรือเคยเป็นคณะกรรมการสืบสวน
                  ข้อเท็จจริงในกรณี ๆ นั้นมาก่อน

                                  2.3 การพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริง
                                      กศจ. อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ.  จะต้องพจารณาอทธรณ์จากส านวนการ
                                                                                   ิ
                                                                                           ุ
                  สืบสวนหรือการพิจารณาเบื้องต้นของผู้บังคับบัญชา ส านวนการสอบสวนทางวินัยหรือส านวนของ ป.ป.ช. หรือ
                  องค์กรตรวจสอบตามกฎหมายอื่นที่ปรากฏในส านวนและในกรณีจ าเป็นอาจขอเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานอน
                                                                                                            ื่
                  หรือให้บุคคลใด หรือหน่วยงานใด มาชี้แจงเพอน าไปประกอบการพจารณาได้ โดยพจารณาเปรียบเทียบกับ
                                                                           ิ
                                                                                         ิ
                                                         ื่
                  หนังสืออุทธรณ์น ามาพิจารณาหักล้างชั่งน้ าหนักพยาน (ข้อ 13 วรรคหนึ่ง ของกฎ ก.ค.ศ.)
                                      ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ขอแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อที่ประชุม กศจ. อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง
                                       ุ
                  หรือ ก.ค.ศ. ให้นัดให้ผู้อทธรณ์มาแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อที่ประชุม โดยให้แจ้งให้ผู้สั่งลงโทษทราบด้วยว่า
                  ถ้าประสงค์จะแถลงแก้ก็ให้มาแถลงด้วยตนเองหรือมอบหมายเป็นหนังสือให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องเป็นผู้แทน
                  มาแถลงแก้ต่อที่ประชุมครั้งนั้นได้ (ข้อ 13 วรรคสาม) แต่อย่างไรก็ดี หาก กศจ. อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้งหรือ ก.ค.ศ. พจารณา
                                                                                                       ิ
                  เห็นว่า การแถลงการณ์ด้วยวาจาไม่จ าเป็นแก่การพิจารณาวินิจฉัยอทธรณ์จะให้งดการแถลงการณ์ด้วยวาจาก็ได้
                                                                         ุ
                  (ข้อ 13 วรรคสอง ของกฎ ก.ค.ศ.)

                                      ทั้งนี้ หากให้ผู้อทธรณ์แถลงการณ์ก็ให้น าค าแถลงการณ์ด้วยวาจามาประกอบ
                                                      ุ
                  การพิจารณาโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของค าอุทธรณ์ด้วย
   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136