Page 87 - นาวิกศาสตร์ มิถุนายน ๒๕๖๑
P. 87
ประทีปธรรม
กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
เรื่อง วจีประหาร
เมื่อพูดถึงการประหัตประหารกันแล้ว คนส่วนมาก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การทำลายกันด้วยวาจา
มักนึกถึงการประหัตประหารกันด้วยกำลังทางกาย จะก่อทุกข์ได้ ก็ต่อเมื่อผู้ถูกด่ารับไว้เท่านั้น ถ้าไม่รับไว้
และด้วยอาวุธต่าง ๆ แต่การใช้วาจาเป็นอาวุธสำหรับประหาร คำด่านั้นก็ไม่มีพิษสงอะไรกับจิตใจ ความโกรธ ความรุ่มร้อน
เรียกว่า “วจีประหาร” ก็สามารถประหัตประหาร ต่าง ๆ จะถูกจำกัดขอบเขตให้อยู่เฉพาะในตัวของ
สร้างความหายนะแก่กันได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่าอาวุธอย่างอื่น ผู้สร้างมันขึ้นมาเท่านั้น เข้าทำนองของของตน เมื่อไม่มีผู้รับ
โดยเฉพาะในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร เช่นปัจจุบันนี้ ก็ต้องเป็นของตนวันยังค่ำ แม้คำเท็จ คำส่อเสียด เป็นต้น
ในครั้งพุทธกาล ชายคนหนึ่งไม่พอใจพระพุทธเจ้า ก็เช่นเดียวกัน ในชีวิตจริงการจะมีสติและปฏิบัติได้อย่างนั้น
ที่ทรงให้ญาติของตนบวชเป็นภิกษุ จึงเข้าไปเฝ้าแล้วด่า อาจดูเหมือนเหลือวิสัย แต่เมื่อพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า
ด้วยถ้อยคำหยาบคาย พระพุทธเจ้าทรงรอจนชายคนนั้นด่าจบ โดยปกติหากมีใครยื่นของสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาให้ก็ต้องพิจารณา
จึงตรัสถามว่า “ท่านเคยจัดของต้อนรับแขกที่มาเยี่ยม ก่อนว่าเป็นอะไร ใช้ประโยชน์ด้านไหน ดีหรือชั่ว ควร
่
ที่บ้านบ้างหรือไม่” เมื่อเขาตอบว่า “เคย” จึงตรัสถามอีกว่า รับไว้หรือไม แล้วเหตุใด เมื่อมีผู้หยิบยื่นวาจา
“ถ้าแขกไม่บริโภค ของเหล่านั้นจะตกเป็นของใคร” เป็นเครื่องประหารตัวเองมาให้ จึงจะรีบรับเอาด้วย
เขาตอบว่า “เป็นของข้าพเจ้าตามเดิม” พระพุทธองค ์ ความเต็มใจเล่า ทั้งที่พระพุทธองค์ก็ทรงทำให้ดูเป็น
จึงตรัสว่า “ในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านด่าเราผู้ไม่ด่าตอบ ตัวอย่างมาแล้ว
ท่านโกรธเราผู้ไม่โกรธตอบ เราไม่รับคำด่าของท่าน
ฉะนั้น คำด่าเป็นต้น ย่อมตกเป็นของท่านตามเดิม” ภาพจาก : http://issue247.com/wp-content/uploads/2017/11/ .jpg
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑ 85
85 ���������� ��.�. 61 .indd 1 6/23/18 11:00:33 AM

