Page 43 - นาวิกศาสตร์ เดือน มิถุนายน ๒๕๖๕
P. 43

เมื่อ “ครูหวัด” พูดถึง “สะพานธรรมสาร” ท�าให้ผม “เป็นงง” เพราะไม่รู้ว่าสะพานธรรมสารคือสะพานอะไร
                   ี
                                      ี
            ฟังตามท่ครูหวัดเล่าว่าทหารบกท่ยึดกองเรือรบ แล้วยิงไปทางสะพานธรรมสาร ผมก็รู้แต่เพียงว่า กองเรือรบน้นอยู่
                                                                                                  ั
                                                   ้
                                                    ็
                                                                          ่
                                                                    ู
                                                                 ้
                                           ี
                    ั
                ้
                               ่
                                     ิ
                               ี
                                                                               ื
                                                                                     ่
                                                                                         ้
                                                                              ้
                                                                          ื
            ตรงขามกบคลองมอญ ทราชนาวกสภามสะพานไมเลก ๆ แคบมาก สรางสงมากเพอใหเรอลอดผานเขาออกคลองมอญ
            ได้ จากฝั่งราชนาวิกสภา ข้ามคลองมอญไปฝั่งตรงข้าม (ปัจจุบันคือหอประชุมกองทัพเรือ) และเมื่อลอดสะพานไม้
            ไปตามคลองมอญ ผ่านด้านหลังกรมแพทย์ทหารเรือไปแล้ว ฝั่งซ้ายมือจะเป็นวัดเครือวัลย์วรวิหาร สุดวัดเครือวัลย์ฯ
            จะมีสะพานข้ามถนนอรุณอมรินทร์อยู่ ๑ สะพาน จึงเดาเอาว่า
                “สะพานธรรมสาร” ที่ครูหวัดว่านี้ต้องเป็นสะพานนี้แน่ แต่ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะไม่เคยเห็นป้ายชื่อที่สะพานนี้เลย
            และก็ไม่เคยได้ยินใครเรียกชื่อสะพานนี้ด้วย
                  ั
                                                ี
                                                                            �
                น่งคุยกันถึงเร่องสะพานธรรมสารอยู่ท่กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์ สานักงานราชนาวิกสภา ก็พอด  ี
                            ื
                                                                  �
                          ์
                          ิ
            “นายเทพประสิทธ ตันติสิรินันท์” (ตู้) พนักงานบริการ  (รับ-ส่ง หนังสือ) สานักงานราชนาวิกสภา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
            บ้านอยู่ที่ชุมชนวัดเครือวัลย์ฯ มาหลายปี ได้ยินเข้าจึงเล่าว่า สะพานนี้ชื่อ สะพานธรรมสารจริง ตั้งชื่อตาม “พระธรรม
            สารโสภณ” เป็นสะพานข้ามคลองมอญ ผมก็ยังไม่หายงงอยู่อีกว่า “พระธรรมสารโสภณ” น่ะ เป็น “พระภิกษุ”
            หรือเป็น “ฆราวาส” ที่มีบรรดาศักดิ์เป็น “คุณพระ”
                                                                                                    ื
                วันรุ่งข้น “ตู้” ก็มาเล่าให้ฟังต่อว่า  คุณแม่ “ผุสด  พันธุ์มณี” เล่าให้ฟังว่า สะพานธรรมสารข้ามคลองมอญน ต้งช่อ
                     ึ
                                                                                                  ั
                                                                                                ี
                                                                                                ้
                                                     ี
            ตามชื่อท่านเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ฯ ในอดีต ชื่อ “พระครูธรรมสารโสภณ” เชิงสะพานเดิมเป็นโรงขายถ่าน ปัจจุบัน
                                       ั
                                     ี
                                                  ื
            เปล่ยนเป็นร้านขายแก๊ส ตอนท่ฝร่งมาถ่ายหนังเร่อง “เดอะเดียร์ฮันเตอร์” (The Deer Hunter) ก็มาถ่ายทากันท  ่ ี
                                                                                                 �
               ี
            สะพานน แล้ว “ตู้” ก็ได้ไปหาประวัติวัดเครือวัลย์ฯ มาให้อ่าน และจากการท่ผมได้ศึกษาประวัติของวัดเครือวัลย์ฯ
                                                                         ี
                   ี
                   ้
            ก็ท�าให้รู้ถึงเรื่อง “สะพานธรรมสาร” ชัดเจนขึ้นดังนี้
                                                                              ่
                                                                              ี
                พระครูธรรมสารโสภณ (เขียว สุจิตโต) เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดเครือวัลย์ฯ รูปท ๘ ปรากฏหลักฐานว่าท่านเป็น
                                                ื
            ผู้สร้าง “สะพานธรรมสาร” ข้ามคลองมอญ เช่อมถนนอรุณอมรินทร์ แต่สร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ท่านก็ถึงแก่มรณภาพ
                                                                              ี
                พระครูธรรมสารโสภณ (ห่วง จิตตเลโข) เปรียญธรรม ๓ ประโยค เป็นเจ้าอาวาสรูปท ๙ ได้สร้าง “สะพานธรรมสาร”
                                                                              ่
            ต่อจากพระครูธรรมสารโสภณ (เขียว) จนเสร็จสมบูรณ์
                เป็นอันว่าได้ความรู้เรื่อง “สะพานธรรมสาร” แถมมาอีกเรื่องหนึ่ง
                                                                                   ่
                                                                               ั
                                                                                   ี
                    ี
                                                          ั
                                                                                         ี
                ดังท่ได้กล่าวไว้แต่แรกแล้วว่า ตอนเกิดกบฏแมนฮัตตันน้น ผมเป็นนักเรียนนายเรือ ช้นปีท ๒ อยู่ท่เกล็ดแก้ว สัตหีบ
            พวกเราได้แต่ฟังข่าวจากวิทย ซ่งล้วนแต่เป็นคาแถลงการณ์ของฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายปราบกบฏ ซ่งมีข้อความท้งขู่
                                   ุ
                                                                                         ึ
                                     ึ
                                                                                                   ั
                                                �
              ั
                ี
            ท้งเสยดส กระแนะกระแหน กระทบกระเทียบเปรียบเปรย เช่น เปรียบเปรยว่า ร.ล.ศรีอยุธยา เปรียบเสมือน
                    ี
               ึ
                             ่
                       ้
                       �
            “อ่งอ่างลอยนา” ดังท พลเรือโท กฤษฎา เฟื่องระบิล (พลเรือเอก) เขียนเล่าไว้ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับเดือนพฤษภาคม
                             ี
            พ.ศ. ๒๕๕๐ เรื่อง “วาระสุดท้ายของเรือหลวงศรีอยุธยา : ทหารเรือกับเหตุส�าคัญของบ้านเมืองในอดีต” (ตอนที่ ๔)
            มีข้อความตอนหนึ่งว่า
                “๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๔ พลอากาศเอก ฟื้น รณนภากาศ-ฤทธาคนี (ต่อมาเป็นจอมพลอากาศ) ผู้บัญชาการ
            ทหารอากาศ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ ๒๓ มีข้อความตอนหนึ่งว่า
                ต่อไปนี้เราขอพูดถึงเรือรบหลวงศรีอยุธยา ขอให้ยอมจ�านนโดยดี หากไม่ เราจะส่งท่านไปว่ายน�้าเล่นอย่างอึ่งอ่าง
            ที่ถูกตีตกใจโจนน�้าไปทีเดียว เราขอบอกว่า เราท�าจริง ๆ”
                ค�าเปรียบเปรยว่า ร.ล.ศรีอยุธยา เป็น “อึ่งอ่างลอยน�้า” นี้เป็นค�าที่ “โดนใจ” ทหารเรือน้อยใหญ่ โดยทั่วหน้ากัน
            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนนายเรือที่โรงเรียนนายเรือเกล็ดแก้ว ในขณะนั้น
                                นับว่ารัฐบาลใช้ก�าลังทางอากาศในการปราบกบฏเป็นครั้งแรก
                                                                                     นาวิกศาสตร์  41
                                                                                     ปีที่ ๑๐๕  เล่มที่ ๖  มิถุนายน ๒๕๖๕
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48