Page 29 - นาวิกศาสตร์ ธันวาคม ๒๕๖๓
P. 29
คติไทย
ข้าศึกตีกระหน�่า เข้ามาล้อมพระนครแล้ว ก็ยังไม่รู้จักจะต่อสู้ จะยิงปืนใหญ่ก็กลัวผู้หญิงจะตกใจ แม่ทัพนายกอง
ผู้ใดคิดต่อรบก็ถูกคาดโทษ
ื
ี
ึ
ั
“เม่อผู้ใหญ่หฤโหดโฉดเขลาถึงเช่นน จ่งได้เสียทีเสียวงศ์กษัตรา เสียยศเสียศักด์นัคเรศ เสียท้งพระนิเวศน์วงศา
้
ิ
ั
ั
ั
ิ
เสียท้งตระกูลนานา เสียท้งไพร่ฟ้าประชากร สารพัดจะเสียส้นสุด ท้งการยุทธ์ก็ไม่ได้เตรียมฝึกสอน จึงไม่รู้กู้แก้พระนคร
เหมือนหนอนเบียนให้ประจ�ากรรม”
(แผ่นพับ การแสดงประกอบ แสง เสียง และฟ้อนร�า เรื่อง คติไทย ของสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สวนอัมพร วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๓ ภาวาส บุนนาค แต่งบท)
พระราชพงศาวดาร
ี
พม่าหักกรุงได้แล้ว ก็เร่มเผาเมืองท้งเมืองในเพลาเท่ยงคืนประมาณ ๒ ยามเศษ เพลิงไหม้ไม่เลือก ต้งแต่เหย้าเรือน
ั
ิ
ั
ราษฎรไปจนถึงปราสาทราชมณเฑียร เพลิงผลาญพระนครเป็นเวลานานถึงสิบห้าวัน
(พระราชพงศาวดารฉบับกรมศึกษาธิการ ร.ศ.๑๒๐)
หลังจากที่พม่าใช้เวลาล้อมเมืองอยู่นาน ๑๔ เดือน อาณาจักรอยุธยาอันมีพระมหากษัตริย์ปกครองสืบต่อกันมา
ถึง ๓๔ พระองค์รวม ๕ พระราชวงศ์ ต้งม่นมีความเจริญรุ่งเรืองมายาวนาน รวมเป็นเวลาถึง ๔๑๗ ปี ต้งแต่เดือนเมษายน
ั
ั
ั
พ.ศ.๑๘๙๓ จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ.๒๓๑๐ ก็ถึงคราวดับสูญ
กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ ๒ เมื่อวันอังคาร เดือน ๕ ขึ้น ๙ ค�่า จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุน นพศก เพลาค�่า ตรงกับ
วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๓๑๐
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๓ เล่มที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

