Page 138 - หนังสือชี้ชวน - บมจ.คอทโก้เมททอลเวอร์คส 130565_1
P. 138
ํ
บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จากัด (มหาชน)
ซึงสามารถนาไปใช้งานได้อย่างหลากหลายครอบคลมงานโครงสร้างทั วไปและงานระบบที ต้องการความทนทานของ
ํ
ุ
่
ผลิตภัณฑ์ นอกจากนั น บริษัทฯ ยังได้จําหนายผลิตภัณฑ์เหล็กอืนๆ ซึงได้แก่ เหล็กแผ่น เหล็กสลิต เหล็กม้วน และ
็
รายได้จากการขายเหล็กรูปพรรณอืนๆ เช่น เหล็กไวด์แฟรงค์ เหล็กเอชบีม และเหล็กไอบีม เปนต้น
ี
ในป 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจํานวน 2,098.24 ล้านบาท ซึงลดลงในอัตราร้อยละ 16.39 เมื อเทียบ
ี
็
ี
็
ี
กับป 2561 เนืองจากมีปริมาณขายเหล็กลดลงจาก 93,932 ตันในป 2561 เปน 83,339 ตันในป 2562 โดยเปนการ
็
่
ลดลงของการจําหนายท่อเหล็ก และเหล็กแผ่นเปนหลัก ซึงมีปริมาณการขายท่อเหล็กและเหล็กแผ่นลดลงในอัตรา
ประมาณร้อยละ 13.89 และร้อยละ 21.71 เมือเทียบกับป 2561 ตามลําดับ เนืองจากกลุ่มลูกค้าขายส่งชะลอการสั งซือ
ี
ุ
็
ี
็
ท่อเหล็ก ซึงเปนช่วงทีการบริโภคและการลงทนภายในประเทศลดลง โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ป 2562 ซึงเปนช่วงที มี
่
รายงานพบการระบาดของโรคติดเชื อไวรัสโคโรนา 2019 (“COVID - 19”) นอกจากนั น กลุ่มลูกค้าทีอยูในอุตสาหกรรม
ุ่
็
ยานยนต์ ซึงถือเปนกลมลูกค้าหลักของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนืองด้วยสงครามการค้า
ี
(Trade War) ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศจีนทีเริ มต้นขึนในป 2561 ส่งผลให้สภาวะตลาดของ
อุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัวทั งในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศ ทําให้ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้ลดลง
่
ี
ุ่
ในป 2562 จึงส่งผลกระทบต่อปริมาณการจําหนายท่อเหล็กในกลมลูกค้าอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลงประมาณร้อยละ
ี
17.56 ในขณะทีราคาขายเฉลียของผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัทฯ ในป 2562 มีราคาขายเฉลียประมาณ 25,177 บาทต่อ
ี
ตัน ลดลงในอัตราร้อยละ 5.76 เมื อเทียบกับป 2561 โดยราคาจําหนายผลิตภัณฑ์เหล็กภายในประเทศได้รับผลกระทบ
่
้
จากราคาเหล็กในตลาดโลกที มีแนวโนมตําลงเนืองจากมีอุปทานส่วนเกิน รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศใน
ช่วงเวลานั นเกิดการชะลอตัว ส่งผลให้การบริโภคผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศลดลงประมาณร้อยละ 3.57 เมื อเทียบกับป ี
2561
ในป 2563 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจํานวน 2,449.31 ล้านบาท เพิ มขึนจํานวน 351.07 ล้านบาทหรือ
ี
เพิ มขึ นในอัตราร้อยละ 16.73 เมือเทียบกับป 2562 เนืองจากมีปริมาณขายเหล็กเพิ มขึนจาก 83,338 ตันในป 2562
ี
ี
ี
่
เปน 100,424 ตันในป 2563 หรือเพิ มขึนประมาณร้อยละ 20.50 โดยเปนการเพิ มขึนของการจําหนายท่อเหล็กเปนหลัก
็
็
็
็
ซึงมีปริมาณการขายท่อเหล็กเพิ มขึน 10,963 ตัน คิดเปนอัตราประมาณร้อยละ 18.36 เมือเทียบกับป 2562 ตามลําดับ
ี
่
ทั งนี รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กมาจากการจําหนายเหล็กประเภทท่อเหล็กชุบสังกะสี ท่อเหล็กตะเข็บเกลียว
และทอสังกะสีเพิ มขึนจํานวน 116.13 ล้านบาท 113.53 ล้านบาท และ 112.29 ล้านบาท หรือคิดเปนปริมาณทีเพิ มขึน
่
็
่
จํานวน 4,690 ตัน 2,712 ตัน และ 4,685 ตัน เมือเทียบกับปทีผ่านมา ตามลําดับ โดยรายได้จากการขายทอเหล็กชุบ
ี
็
็
สังกะสีและท่อสังกะสีที เพิ มขึ นเปนผลมาจากกลุ่มลูกค้าขายส่งเปนหลัก อันเนืองมาจากราคาเหล็กในตลาดโลกมี
้
แนวโนมสูงขึน ซึงสวนทางกับปริมาณการผลิตเหล็กทีกําลังขาดแคลนในขณะนั น จึงส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวทยอย
ํ
่
สั งซือผลิตภัณฑ์เหล็ก เพื อจัดเก็บและปองกันความเสียงจากต้นทุนสินค้าที สูงขึน กอนทีจะนาไปจําหนายต่อให้ลูกค้า
่
้
รายย่อยหรือผู้บริโภคอีกทอดหนึงในอนาคต อีกทั ง ในช่วงเดือนกันยายน ป 2562 บริษัทฯ ได้ขยายกําลังการผลิตท่อ
ี
เหล็กชุบสังกะสีของโรงงานในจังหวัดระยอง เพือรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กชนิดดังกล่าวที เพิ มขึนจาก
ฐานลูกค้าเดิม และรองรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ทีเพิ มขึน เนืองจากการเปลียนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทีหันมา
้
่
นิยมใช้งานของผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กชุบสังกะสีและทอสังกะสี เช่น คุณสมบัติการปองกันสนิม ความแข็งแรงทนทาน และ
ไม่ต้องนาไปผ่านการเคลือบผิวท่อเหล็กอีกครั งหนึง ซึงผู้บริโภคสามารถนาไปใช้งานได้ทันที โดยประหยัดเวลาและไม่
ํ
ํ
ี
ี
มีค่าใช้จ่ายที ต้องเสียเพิ ม นอกจากน รายได้จากการขายท่อเหล็กตะเข็บเกลียวที เพิ มขึนร้อยละ 65.21 จากปทีผ่านมา
เปนผลมาจากภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างมีอัตราการขยายตัวเพิ มขึนเมือเปรียบเทียบกับปที ผ่านมา โดยเฉพาะการ
็
ี
ขยายตัวของมูลค่าการก่อสร้างจากภาครัฐ ซึงเปนแรงขับเคลือนหลักในการลงทุนของภาคการก่อสร้าง อาทิเช่น
็
โครงการก่อสร้างระบบท่อของการประปานครหลวง หรืองานก่อสร้างปรับปรุงระบบประปาและอาคาร เปนต้น ส่งผลให้
็
็
ํ
ลูกค้าที ประกอบธุรกิจรับเหมางานก่อสร้าง รวมถึงเปนผู้ให้บริการวางระบบทอนาและทอประปา ได้สั งซือท่อเหล็ก
่
่
ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.4 หน้า 6

