Page 107 - sc 1001
P. 107
99
่
่
ิ
ิ
การเปลี ยนแปลงส งแวดล้อมในท้องถิ นโดยธรรมชาต ได้แก การเกิดอุทกภัยจากนํ าปาไหลหลาก
ี
ี
ึ
่
ิ
ิ
ี
่
ทําให้ส งมีชวิตโดยเฉพาะพืชถูกนํ าทวม พืชบางชนดไม่สามารถดํารงชวิตอยู่ได้ในททมีนํ าทวม จงตาย
ี
ี
ุ
ิ
ุ
ุ
ี
ิ
ิ
ี
่
่
ไปในทสด และอุทกภัยยังกอให้เกดความเสยหายตอส งมีชวิตทกชนด โดยเฉพาะสัตว์และมนษย์
ี
ิ
ิ
การเกดลมพายุก็เปนสาเหตททําให้ส งแวดล้อมเกดการเปลี ยนแปลงโดยลมพายุอาจพัดพา
ิ
ุ
็
่
รนแรงจนทําให้ต้นไม้สง ๆ บางต้นต้านแรงลมไม่ไหว จงโดนลมล้มลงไป ทําให้เกดความเสยหายตาง ๆ
ิ
ุ
ี
ึ
ู
ตามมาทําให้ส งแวดล้อมเปลี ยนไป
ิ
็
ุ
ิ
ิ
ี
การเกิดภูเขาไฟระเบดก็เปนสาเหตททําให้ส งแวดล้อมเกดการเปลี ยนแปลง ความรอนของลาวา
ิ
้
ทไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟ ทําให้ส งมีชวิตไม่สามารถดํารงชวิตได้ อีกทั งก๊าซตาง ๆ ทปล่อยออกมา
่
ี
ี
ิ
ี
ี
จากปล่องภูเขาไฟทําให้สภาพอากาศเปลี ยนไป
ุ
ุ
ิ
การเปลี ยนแปลงส งแวดล้อมในท้องถิ นโดยมนษย์ ได้แก่ มนษย์ทําให้ภูเขาไม่มีต้นไม้ กลายเปน
็
็
ภูเขาหัวโล้น ต้นไม้ในปาถูกตัดโคนทําลาย สัตว์ปาไม่มีที อยูอาศัยและขาดอาหาร นํ าเสย อากาศเปนพิษ
่
่
่
ี
่
ี
ดนเสย และเสอมสภาพ
ื
ิ
ภาวะโลกรอน (Global Warming)
้
็
้
ื
ภาวะโลกรอน (Global Warming) หรอ ภาวะภูมิอากาศเปลี ยนแปลง (Climate Change) เปน
ุ
ั
่
ื
ุ
ปญหาใหญของโลกเราในปจจบัน สังเกตได้จาก อุณหภูมิ ของโลกทสงข นเรอย ๆ สาเหตหลักของ
ี
ั
ึ
ู
ปญหาน มาจาก ก๊าซเรอนกระจก (Greenhouse gases)
ี
ื
ั
์
ปรากฏการณ์เรอนกระจก มีความสําคัญกับโลก เพราะก๊าซจําพวก คารบอนไดออกไซด์ หรอ
ื
ื
่
้
ู
มีเทน จะกักเก็บความรอนบางสวนไว้ในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสบรรยากาศทั งหมด มิฉะนั น โลกจะ
่
กลายเปนแบบดวงจันทร ทตอนกลางคนหนาวจัด (และ ตอนกลางวันรอนจัด เพราะไม่มีบรรยากาศ
้
็
ื
ี
์
กรองพลังงาน จาก ดวงอาทตย์) ซงการทําให้โลกอุ่นข นเชนน คล้ายกับหลักการของ เรอนกระจก (ทใช้
ี
ี
ื
ิ
่
ึ
ึ
ปลูกพืช) จงเรยกว่า ปรากฏการณเรอนกระจก (Greenhouse Effect)
ึ
ี
์
ื
ึ
แตการเพิ มข นอย่างตอเนองของ CO ที ออกมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม รถยนต์ หรือการ
่
ื
่
2
ี
ิ
ื
ิ
ื
ิ
กระทําใดๆทเผา เช อเพลิงฟอสซล (เชน ถ่านหน นํ ามัน ก๊าซธรรมชาต หรอ สารประกอบ
่
ไฮโดรคารบอน ) สงผลให้ระดับปรมาณ CO ในปจจบันสงเกน 300 ppm (300 สวน ใน ล้านสวน) เปน
็
่
์
่
่
ิ
ุ
ั
ิ
ู
2
คร งแรกในรอบกว่า 6 แสนป
ี
ั
ี
คารบอนไดออกไซด์ ทมากขึ นน ได้เพิ มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ นเรอยๆ
ื
ี
์
ั
่
ุ
จนเกิดเปน ภาวะโลกร้อน ดังเชนปจจบัน
็
ี
ึ
ี
ี
ภาวะโลกรอนภายในชวง 10 ปนับตั งแตป พ.ศ. 2533 มาน ได้มีการบันทกถึงปทมีอากาศรอน
้
้
ี
่
่
ี
ี
ุ
ี
ทสดถึง 3 ปคอ ป พ.ศ. 2533, พ.ศ.2538 และป พ.ศ. 2540 แม้ว่าพยากรณการเปลี ยนแปลงสภาพ
ี
์
ื
ี
์
่
ภูมิอากาศ ยังมีความไม่แนนอนหลายประการ แตการถกเถียงวิพากษ์วิจารณได้เปลี ยนหัวข้อจากคําถาม
่
ี
ึ
ิ
้
ื
ื
่
ี
้
้
ึ
ทว่า "โลกกําลังรอนข นจรงหรอ" เปน "ผลกระทบจากการทโลกรอนข นจะสงผลรายแรง และตอเนอง
็
่

