Page 18 - 6. thai 21001
P. 18

9


                               ฉ. ผูอภิปรายใหขอคิดและแนวทางอยางมีเหตุผลมีขอมูลหลักฐานหรือไม  ใชอารมณ
               ในการพูดอภิปรายหรือไม

                               ช. ภาษาที่ใชในการอธิปรายถูกตองตามหลักการใชภาษา กระชับรัดกุม ชัดเจนเขาใจงาย
                               ซ. ผูฟงอภิปรายไดศึกษารายละเอียดตามหัวขออภิปรายมาลวงหนาบางหรือไม หากมี

               การศึกษามาลวงหนา  จะทําใหวิเคราะหวิจารณได

                         4.4  คําใหโอวาท
                               มีหลักเกณฑการพิจารณาและวิจารณ คือ

                               ก. ผูใหโอวาทเปนใคร  มีคุณวุฒิมีหนาที่ที่จะใหโอวาทหรือไม

                               ข. สาระสําคัญของเรื่องที่ใหโอวาทมีอะไรใหขอคิดเรื่องอะไร  สอนอะไรมีแนวทางปฏิบัติ
               อยางไร

                               ค. เรื่องที่ใหโอวาทมีความถูกตอง มีเหตุมีผลสอดคลองตามหลักวิชาการหรือไม

               นาเชื่อถือเพียงใด
                                                                                            ํ
                               ง. มีเทคนิคและกลวิธีในการพูดโนมนาวจิตใจของผูฟงและมีการอางอิง คาคม สํานวน
               สุภาษิต หรือยกเรื่อง ยกเหตุการณมาประกอบอยางไรบาง
                               จ. ใชภาษาไดดี ถูกตองสละสลวย คมคาย ไพเราะ ประทับใจตอนไหนบาง

                       สรุป

                       1.  วิจารณญาณในการฟงและดู  หมายถึง การรับสารใหเขาใจตลอดเรื่องแลวใชปญญา

               คิดไตรตรอง  โดยอาศัยความรู ความคิด  เหตุผล และประสบการณเดิม แลวสามารถนําสาระตาง ๆ ไปใช
               ในการดําเนินชีวิตไดอยางเหมาะสม  โดยมีขั้นตอนดังนี้

                         1.1  ฟงและดูใหเขาใจตลอดเรื่องกอน
                         1.2  วิเคราะหเรื่อง  วาเปนเรื่องประเภทใด  ลักษณะของเรื่องและตัวละครเปนอยางไร

               มีกลวิธีในการเสนอเรื่องอยางไร

                         1.3   วินิจฉัย พิจารณาเรื่องที่ฟงเปนขอเท็จจริง ความคิดเห็น เจตนาของผูเสนอเปนอยางไร
               มีเหตุผลนาเชื่อถือหรือไม

                         1.4  การประเมินคาของเรื่องเมื่อผานขั้นตอน 1 - 3 แลว ก็ประมาณวาเรื่องหรือสารนั้นดีหรือ
               ไมดี มีอะไรที่จะนําไปใชใหเปนประโยชนได

                                                                                      ํ
                         1.5  การนําไปใชประโยชนเมื่อผานขั้นตอนที่ 1 - 4 แลว ขั้นสุดทายคือ นาคุณคาของเรื่องที่
               ฟงและดูไปใชไดเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
                       2.  การวิเคราะห หมายถึง การแยกแยะประเภท ลักษณะ สาระสําคัญและการนําเสนอ พรอมทั้ง

               เจตนาของผูพูดหรือผูเสนอ

                       การวินิจ หมายถึง การพิจารณาเรื่องอยางไตรตรอง หาเหตุผลขอดีขอเสีย และคุณคาของสาร
                       การวิจารณ  หมายถึง  การพิจารณาอยางมีหลักเกณฑในเรื่องที่ฟงและดู  วามีอะไรนาคิด

               นาสนใจ นาติดตาม นาชมเชย นาชื่นชมและมีอะไรบกพรองบาง
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23