Page 60 - 6. thai 21001
P. 60
51
ตัวอยางการวิเคราะหวรรณคดี
รายยาวมหาเวสสันดรชาดก
มหาเวสสันดรชาดกเปนชาติหนึ่งของพระโพธิสัตวกอนที่จะเสวยพระชาติเปนพุทธองค เนื้อความ
โดยยอ มีดังนี้
ครั้งหนึ่งกษัตริยแหงกรุงสีวีราษฎรทรงพระนามวา พระเจาสญชัย มีพระมเหสี ทรงพระนาม
พระนางผุสดีและพระราชโอรสองคหนึ่งทรงพระนามวา เวสสันดร
พระเวสสันดรมีพระทัยฝกใฝการทําทานมาแตยังทรงพระเยาว เมื่อมีพระชนมายุพอสมควรที่จะ
อภิเษกสมรสไดก็ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางมัทรี พระเวสสันดรทรงบําเพ็ญทานบารมีทุกวันมีพราหมณ
จากเมืองกลิงคราษฎรแปดคนไดมาขอชางปจจัยนาคซึ่งเปนชางคูบานคูเมือง พระเวสสันดรไดประทานชาง
แกพราหมณ เพราะทรงทราบวา เมืองกลิงคราษฎรเกิดทุพภิกขภัยทําใหบรรดาชาวเมืองสีวีราษฎรโกรธแคน
ขับไลพระองคออกจากเมือง
พระเวสสันดรไดเสด็จออกจากเมืองพรอมดวยพระนางมัทรีพระโอรสและธิดา ตลอดทางที่เสด็จ
ผาน ไดบริจาคของตางๆ แกผูที่มาขอจนหมดสิ้น แลวทรงพระดําเนินโดยพระบาทจนถึงเขาวงกต ประทับอยู
ณ ที่นั้น ทรงผนวชเปนฤาษี พระนางมัทรีก็ทรงรักษาศีล
กลาวถึงพราหมณชูชกไดภริยาสาวสวยคนหนึ่งมีชื่ออมิตตาดา นางไดยุใหชูชกไปขอสองกุมาร
จากพระเวสสันดร ชูชกก็เดินทางไปยังเขาวงกตไดพบพระเวสสันดรพระองคไดประทานสองกุมารใหแก
ชูชก ชูชกฉุดกระชากลากสองกุมารไปจนพนประตูปา สวนนางมัทรีเสด็จออกไปหาอาหารไปประสบ
ลางรายตาง ๆ ทําใหทรงเปนหวงพระโอรสและพระธิดาจึงเสด็จกลับอาศรม พอทราบความจริงเรื่อง
พระโอรสและธิดาก็ทรงอนุโมทนาดวย
ฝายชูชกพาสองกุมารหลงเขาไปในเมืองสีวีราษฎร พระเจาสญชัยทอดพระเนตรแลวทรงทราบวา
พระกุมารนั้นคือ พระนัดดาก็ทรงไถตัวสองกุมาร สวนชชกนั้นกินอาหารมากจนทองแตกตาย พระเจาสญชัย
ู
และพระนางผุสดีใหสองกุมารพาไปยังอาศรม เพื่อรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับเมือง เมื่อทั้งหก
กษัตริยพบกันก็ถึงแกวิสัญญีภาพ (สลบ) ไปทุกองค เทวดาจึงบันดาลใหเกิดฝนโบกขรพรรษตกลงมาให
ชุมชื่น ทั้งหกองคจึงฟนคืนชีวิตและเสด็จกลับพระนคร
ตัวอยางการพิจารณาคุณคาวรรณคดี
การวิจารณวรรณคดีที่กลาวมาแลว จะพิจารณาตั้งแตประวัติความเปนมา ประวัติผูแตง ลักษณะ
คําประพันธ เรื่องยอ ในการวิเคราะหคุณคาวรรณคดีนั้นจะตองพิจารณาการเขียน ลักษณะการเขียน
สํานวนภาษาที่ใช แมกระทั่งคติเตือนใจ คําคม พฤติกรรมและนิสัยของตัวละครในวรรณคดีเรื่องนั้น ๆ ก็เปน
องคประกอบสําคัญที่สงผลใหวรรณคดีเรื่องนั้นมีคุณคา ซึ่งจะนําเสนอตัวอยางวรรณคดี รายยาวมหาเวสสันดร-
ชาดกกัณฑ ทานกัณฑและวรรณคดีสามัคคีเภทคําฉันท ดังนี้

