Page 55 - 6. thai 21001
P. 55

46


                       2.  เนื้อเรื่อง (Story) หมายถึง เรื่องราวตาง ๆ ที่ผูเขียนถายทอดยกมาทําใหผูอานทราบวา เรื่องที่
               อานนั้นเปนเรื่องราวของใคร เกิดขึ้นที่ไหน  อยางไร  เมื่อใด  มีเหตุการณหรือความเกี่ยวของกันระหวาง

               ตัวละครอยางไร
                       3.  ฉาก  (Setting)  คือ สถานที่เกิดเหตุการณในเรื่องอาจเปนประเทศ    เมือง   หมูบาน  ทุงนา

               ในโรงภาพยนตร ฯลฯ

                                                                                      ิ
                       4.  แนวคิด (Theme) ผูแตงจะสอดแทรกแนวคิดไวอยางชัดเจนในคําพูด นสัย พฤติกรรม หรือ
               บทบาทของตัวละคร  หรือพบไดในการบรรยายเรื่อง

                       5.  ตัวละคร (Characters) ผูแตงเปนผูสรางตัวละครขึ้นมา โดยตั้งชื่อให แลวกําหนดรูปราง

               หนาตา เพศ วัย นิสัยใจคอ บุคลิกภาพ ตลอดจนกําหนดบทบาทและโชคชะตาของตัวละครเหลานั้นดวย
                       หลักการอานและพิจารณานวนิยาย มีดังน  ี้

                                        ื้
                       1.  โครงเรื่องและเนอเรื่อง การแสดงเนื้อเรื่อง  คือ การเลาเรื่องนั่นเอง  ทําใหผูอานทราบวา
               เปนเรื่องราวของใคร  เกิดขึ้นที่ไหน อยางไร  เมื่อใด มีเหตุการณอะไร  สวนโครงเรื่องนั้นคือสวนที่เนนความ
                                       
               เกี่ยวของระหวางตัวละครในชวงเวลาหนึ่งซึ่งเปนเหตุผลตอเนื่องกัน
                       โครงเรื่องที่ดี มีลักษณะดังน  ี้
                         1.1  มีความสัมพันธกันระหวางเหตุการณตาง ๆ ในเรื่องและระหวางบุคคลในเรื่อง

               อยางเกี่ยวเนื่องกันไปโดยตลอด

                         1.2  มีขัดแยงหรือปมของเรื่องที่นาสนใจ เชน ความขัดแยงของมนุษย กับสิ่งแวดลอม การตอสู
               ระหวางอํานาจอยางสูงกับอํานาจอยางต่ําภายในจิตใจ การชิงรักหักสวาท ฯลฯ  ขัดแยงเหลานี้เปนสิ่งสําคัญ

               ที่ทําใหตัวละครแสดงพฤติกรรมตาง ๆ ออกมาอยางนาสนใจ
                         1.3  มีการสรางความสนใจใครรูตลอดไป  (Suspense)  คือ การสรางเรื่องใหผูอานสนใจใครรู

               อยางตอเนื่องโดยตลอด  อาจทําไดหลายวธี  เชน การปดเรื่องที่ผูอานตองการทราบไวกอน  การบอกให
                                                   ิ
               ผูอานทราบวาจะมีเหตุการณสําคัญเกิดขึ้นในตอนตอไป การจบเรื่องแตละตอนทิ้งปญหาไวใหผูอานอยากรู
               อยากเห็นเรื่องราวตอไป

                         1.4  มีความสมจริง (Realistic) คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเปนไปอยางสมเหตุสมผล มิใชเหตุประจวบ

               หรือเหตุบังเอิญที่มีน้ําหนักเบาเกินไป เชน คนกําลังเดือดรอนเรื่องเงิน หาทางออกหลายอยางแตไมสําเร็จ
               บังเอิญถูกสลากกินแบงรัฐบาลจึงพนความเดือดรอนไปได

                       2.  กลวิธีในการดําเนนเรื่อง    จะชวยใหเรื่องนาสนใจและเกิดความประทับใจ ซึ่งอาจทําได
                                         ิ
               หลายวิธี  เชน

                         2.1  ดําเนินเรื่องตามลําดับปฏิทิน  คือเริ่มตั้งแตละครเกิด  เติบโตเปนเด็ก เปนหนุมสาว  แก

               แลวถึงแกกรรม
                         2.2  ดําเนินเรื่องยอนตน  เปนการเลาแบบกลาวถึงเหตุการณในตอนทายกอนแลวไปเลาตั้งแต 

               ตอนตนจนกระทั่งจบ
   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60