Page 81 - ปกิณกะสาระ บุญส่ง - ปริยา นิลแก้ว
P. 81

จิปาถะสาระ                                                           ๗๕


            dulged, forgiven, or consoled. To remain close to a devoted protec-
                                                             ็
            tor.)      บุคคลที่มีความต ้องการประเภทนี้สูง  จะกลายเปนผู้ที่ต ้องการให ้ผู้อื่น

                                              ั
                    ้
                                ั
            ดูแลปกปอง ให ้การสนบสนุน ให ้ความรก ให ้ค าแนะนา เห็นอกเห็นใจ  ปลอบ
            โยน  เอาใจใส่อยู่เสมอ  มากๆ เข ้าจะมีลักษณะเปนแบบ "เลี้ยงไม่โต"  เลย
                                                        ็
                                                                           ็
              ็
                                                         ด
            เปนคนอ่อนแอ    ตรงข ้ามกับผู้ที่มีความต ้องการทาง ้านนี้น้อยมาก  จะเปนคน

            ที่ไม่ยอมให ้ใครมายุ่ง  มาเอาใจใส่      จะเกิดความราคาญถ ้ามีคนมาเอาใจใส่
            หรือถามสาระทุกข์สุขดิบ ไม่ยอมรับในความหวังดีที่คนอื่นมีให ้  จนในที่สุดจะ
            เปนคนที่แข็งกระด ้าง
              ็
            ๙.  ความต้องการมีอ านาจหรือเปนใหญ่    (Dominance  :  To    control
                                           ็
            one’s  environment to influence or direct the behavior of others by
            suggestion,  seduction,  persuasion,  or  command.  To  get  others  to
            co-operate. To convince another of the rightness of one’s opinion.
                                                          ด
            To be  regarded as leader.)   ผู้ที่มีความต ้องการ ้านนี้สูงมากๆ จะเป ็นคน
                                             ้


                                                                           ี้
            ที่ชอบควบคุมคนอื่น  ให ้ค าแนะนา/ชีนาให ้บุคคลอื่นทาอย่างโน้นอย่างน  วาง

                                                        น

            อ านาจ  กระท าทุกวิถีทางที่จะให ้ตนเองได ้เปนหัวห ้าหรือผู้นากลุ่ม    มากเข ้า
                                                   ็
            ก็จะกลายเปนคน "บ ้าอ านาจ" หรือ "เผด็จการ"  คนประเภทนี้จะเปนผู้ตามไม่
                                                                      ็
                       ็
                    ่
                                                        ี้
                                                                         ็
            เปน    ซึงตรงข ้ามกับผู้ที่มีความต ้องการทางด ้านนต ่า  จะมีลักษณะเปนผู้ตาม
              ็
                                                                              ่
                                                           ี้
            ตลอดเวลา  ชอบให ้คนอื่นบอกให ้ท าอย่างโน้นอย่างน  เข ้าลักษณะที่ว่า  "สัง
                                                                             ั
            มาเถอะ  จะให ้ทาอะไร"    ค่อนข ้างเกรงกลัวผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ  บางคร้งมี
                                                                      ์

                                    ่
            พฤติกรรมนอบน้อมเสียจนนาเกลียด  บุคคลที่มีบุคลิกภาพแบบนี้อาจถูกชักนา

                                                          ่
                                              ่
            จากผู้ที่มีอ านาจเหนือกว่าให ้ท าในสิงทีไม่ถูกต ้องได ้งาย
                                           ่
            ๑๐. ความต้องการในการรู้ส านึก (Abasement : To submit passively
            to  external  force.  To  accept  injury,  blame,    criticism,  and  punish-
            ment.  To  become  resigned  to  fate.  To  admit  inferiority,  error,
            wrongdoing, or defeat.  To blame, belittle, or  multilate  the self.  To
            seek and enjoy pain, punishment, illness, and misfirtune)  การร้ส านึก
                                                                          ู
                                  ่
                           ่
                                                   ั
                                                      ุ
            ในเรื่องผิดชอบชัวดีเปนสิงทีดีทีคนเราในยุคปจจบันควรมี        อย่างไรก็ตามผู้
                                        ่
                               ็
                                     ่

                                                                    ็
            เขียนก็ยังเห็นว่าถ ้ามีอยู่ในระดับพอดีหรือปานกลาง    จะทาให ้เปนคนปรกติที่
            อยู่ในสังคมได ้โดยไม่ทาให ้ใครหรือสังคมเดือดร้อน ผู้ที่มีความต ้องการในการ

             ู
                                                        ด
            ร้ส านึกสูงมาก  ๆ    ผิดปรกติตรงไหน?    อาจกล่าวไ ้ว่าผิดปรกติที่มีพฤติกรรม
                                                                          ่
                                ็
                                                                             ่
            ไม่เหมือนชาวบ ้านที่เปนปุถุชนธรรมดา  ท าอะไรก็กลัวผิดและคิดว่ามีสิงทีผิด
            พยายามค ้นหาความผิดพลาดของตนเองอยู่เสมอ  เมื่อเกิดข ้อผิดพลาดอะไร
                              ่
                                              ั
            ขึ้นที่ตนเองมีส่วนเกียวข ้องในกิจกรรมน้น ๆ  ก็มักโทษตนเองเสมอ  ในที่สุดก็
                                   ่
                                             ่
            ไม่กล ้าท าอะไรในหลายสิง  หรือทาสิงใดก็ขอให ้คนอื่นวิจารณ์อยู่เสมอ  จนใน

            ที่สุดก็อาจเข ้าลักษณะ “กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม ้" ตรงข ้ามกับผู้ที่มีความต ้องการ
                 ี้
            ด ้านนต ่ามาก ก็เข ้าลักษณะไม่ค่อยมี ”หิริโอตัปปะ" ไม่ค่อยละอายต่อบาป ไม่
                                                               ์
                                 ่
            ค่อยเกรงกลัวต่อความชัว  ไม่ยอมรับการต าหนิ การวิพากษวิจารณ์ถึงตนเอง
   76   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86