Page 13 - PDS Play to learn
P. 13
การจัดกิจกรรม PDS PLAY TO LEARN เพลินไปกับสาธิตปทุมวัน 13
ด้วยการบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) ส�าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
ลักษณะส�าคัญทางวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ มีลักษณะส�าคัญ สรุปได้ดังนี้
1. วิทยาศาสตร์ได้มาจากประสบการณ์ และทดสอบด้วยประสบการณ์ ในที่นี้ความรู้ที่มาจาก
ประสบการณ์ เรียกว่า “ความรู้เชิงประจักษ์” หรือความรู้เชิงประสบการณ์ (Experience Knowledge)
โดยอาศัยประสาทสัมผัสทั้งห้าร่วมกับทักษะการสังเกต
2. วิทยาศาสตร์ต้องเป็นสาธารณะความจริงที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบจะต้องแสดงหรือทดลอง
ให้ทุกคนเห็นได้เหมือนกันและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ของส่วนตัวแต่เป็นสาธารณะคือผู้อื่นอาจ
รู้เห็นอย่างเดียวกันกับผู้ค้นพบได้
3. วิทยาศาสตร์มีลักษณะเป็นสากล นักวิทยาศาสตร์พยายามขยายความรู้ให้เป็นสากลมากที่สุด
เพราะความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง มีความหมายน้อย และขาดการยอมรับ
4. วิทยาศาสตร์ช่วยในการคาดหมายอนาคต วิทยาศาสตร์ มีลักษณะความเป็นสากลใช้ได้โดย
ทั่วไป จึงสามารถคาดหมายสิ่งที่จะเกิดในอนาคตได้ ทั้งนี้การคิดค้นกฎและทฤษฎีต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์
เพื่อคาดหมายในอนาคต
5. วิทยาศาสตร์เป็นปรนัย เมื่อวิทยาศาสตร์ถูกยอมรับและพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง ดังนั้น ไม่ว่า
ใครจะน�าไปพิสูจน์อีกเมื่อใด ที่ใดก็ตาม ผลที่ออกมาย่อมเหมือนเดิม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลง
ได้ เพราะวิทยาศาสตร์มีลักษณะไม่คงที่แน่นอนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เมื่อมีการค้นพบความรู้ใหม่
ทั้งนี้เป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการใหม่
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นผลิตผล (Product) ทางวิทยาศาสตร์จากกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ (The Science Process) ซึ่งเป็นความรู้ที่ถือว่าเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ จะต้องทดสอบ
ยืนยันได้ว่าถูกต้องจากการทดสอบหลาย ๆ ครั้ง ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อาจแบ่งเป็น 6 ประเภท
สรุปได้ดังนี้
ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สังเกตได้โดยตรง และจะต้องมี
ความเป็นจริงสามารถทดสอบแล้วได้ผลเหมือนกันทุกครั้ง เช่น น�้าเมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัว
ข้อเท็จจริงแต่ละอย่างมีความหมายมากหรือน้อยต่างกัน แต่หากน�ามารวมกันแล้วอาจท�าให้
มีความหมายมากขึ้น เกิดความรู้เพิ่มขึ้น

