Page 17 - หนังสือห้องสมุด
P. 17
7. การจัดท�าโครงเรื่องขั้นสุดทาย
้
ในการอานและการจดบันทึกอยางละเอียดจากแหลงความรูทุกเลมทุกชิ้นในขอ 5. ขอ 6. จะชวยใหนักเรียนมองเห็น
่
่
้
้
่
้
้
่
่
รายละเอียด ประเด็น หัวขอ ของเนื้อเรื่องละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น และอาจตองการปรับปรุงโครงเรื่องใหมใหละเอียดมากยิ่งขึ้น
้
่ ้
้
ใหสอดคลองกับหัวขอที่ไดพบในหนังสือ และบทความตาง ๆ ที่ไดอานมาแลว
้
้
้
้
้ ่
่
้
8. การเรียบเรียงรายงาน หรือภาคนิพนธ ์
ขั้นนี้เป็นการลงมือเรียบเรียงรายงานโดยใชโครงเรื่องในขอ 7. และใชบันทึกตาง ๆ ที่ท�าไวในขอ 6. มาประกอบ
้
้
้
่
้
้
ดังนั้นบันทึกตาง ๆ นั้น ผูเรียนควรน�ามาจัดเรียงล�าดับตามหัวขอในโครงเรื่องเพื่อความสะดวกในการหยิบมาอานและอางอิง
่
้
้
้
่
9. การเรียบเรียงบรรณานุกรม
เมื่อเรียบเรียงรายงานเรียบรอยแลว ขั้นตอไปที่ตองท�า คือ การเขียนบรรณานุกรม โดยรวบรวมรายชื่อหนังสือ วัสดุ
้
้
้
่
สารนิเทศ ที่ผูเรียนไดน�ามามาใชประกอบในการเรียบเรียงรายงานครั้งนั้นมาแสดงไว ้
้
้
้
วิธีการปฎิบัติในขั้นนี้ก็คือ น�าบัตรบันทึกขอความจาก หนังสือ วารสาร และวัสดุสารนิเทศอื่น ๆ มาจัดเรียงล�าดับตาม
้
ตัวอักษรของรายการแรกของวัสดุแตละชิ้น (ซึ่งสวนใหญคือชื่อผูแตง) โดยเรียงวัสดุภาษาไทยกอน จบแลวตามดวยวัสดุภาษา
้
้
่
่
่
่
้ ่
อังกฤษหรือภาษาอื่น เมื่อจัดเรียงเสร็จก็เขียนหรือพิมพไปตามล�าดับก็จะไดบรรณานุกรมที่ถูกตอง เพราะรายการวัสดุตาง ๆ
้
่
้
์
ที่เขียนไวในบัตรตอนบนสุดนั้นเขียนตามรูปแบบบรรณานุกรมอยูแลว ขั้นตอนการท�าบรรณานุกรมนี้จึงงายและรวดเร็ว
่
้
่ ้
10. การเรียบเรียงและจัดท�าสวนประกอบอื่น ๆ ใหครบถวน
่
้
้
ในการเรียบเรียงรายงาน ในขอ 8. นั้น บางคนอาจจะเรียบเรียงและเขียนดวยลายมือที่สวยงามลงในกระดาษรายงานเลย
้
้
ถาท�าเชนนั้นแลวก็ไมจ�าเป็นตองเขียนใหมอีก แตถาใชวิธีพิมพก็ตองน�างานที่เรียบเรียงนั้นมาเป็นตนฉบับส�าหรับพิมพ การเขียน
์ ้
้
้
้
่
่
้
์
่
่ ้
้
หรือพิมพรายงานใหใชกระดาษสีขาว ขนาด 8.0 x 10.5 นิ้ว
์
้ ้
หลังจากการพิมพไดเนื้อเรื่องของรายงานขั้นสุดทายแลว ผูเรียนตองจัดท�าสวนประกอบอื่น ๆ ใหครบถวน โดยเฉพาะ
้
้
้
่
้
้
้
์ ้
สวนประกอบตอนตนของบทนิพนธ เชน ปกหนา ปกใน ค�าน�า สารบัญ เป็นตน สวนประกอบตอนทายที่จ�าเป็นตองมีคือ
้
่
์ ่
้
่
้
้
้
บรรณานุกรม ซึ่งไดท�าแลวในขอ 9. ถาจ�าเป็นตองมีสวนประกอบตอนทายอื่นเพิ่มเติม ก็จัดท�าเพิ่มเขาไป เชน ภาคผนวก อภิธานศัพท ์
้
้
้
่
้
้
้
้
่
11. การตรวจสอบความถูกตอง
้
ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจสอบความถูกตองในการเรียบเรียงรายงาน โดยตรวจสอบการล�าดับหนาตั้งแตหนาแรก
้
้
่ ้
จนหนาสุดทายวาล�าดับถูกตองหรือไม มีบางครั้งที่ผูเรียนไมสนใจตรวจสอบรีบเย็บเลมสงอาจารยผูสอนเลย เวลาที่อาจารย ์
่ ่
้
้
้
่
่
่
้
์ ้
ตรวจงาน เมื่ออานเนื้อหาจึงเกิดความสับสนท�าใหคะแนนของงานที่จะไดก็ตองลดลงไปอยางนาเสียดาย นอกจากตรวจการล�าดับ
้ ้
้
่
่
่
หนาแลว ยังตองตรวจสอบการสะกดการันต รูปแบบการเขียน การพิมพ ความถูกตองครบถวนของเนื้อหา เพราะบางกรณี
้
้
้
์
์
้
้
ที่นักเรียนไมไดพิมพงานเอง ผูพิมพอาจพิมพตกหลนเป็นบรรทัดก็ได นักเรียนจึงตองมีความละเอียดถี่ถวนในการตรวจสอบครั้งนี้
้
่
้
์
้
์
้
่ ้
์
12. การเย็บเลม
่
ขั้นนี้เป็นการท�ารูปเลมของรายงาน ดวยการเอาตัวเลมกระดาษที่เขียนหรือพิมพแลวมาเย็บลวดดานขาง แลวน�าปก
้
้
่
้
์ ้
้
่
นอกมาหุม โดยทากาวที่สันดานในและเลยสันออกมาจากแนวสันขางละประมาณ 1 เซนติเมตร แลวจึงหุมปก ทิ้งกาวใหแหง
้
้
้ ้
้
้
้
ส�าหรับรายงานที่ไมหนามาก อาจใชปกหุมตัวเนื้อกระดาษรายงานแลวเย็บลวดดานขางเลยก็ได ้
้
้
้
้
้
่
กระดาษปก ควรใชกระดาษสีสุภาพ ไมมีลวดลาย เขียนรายละเอียดบนปกใหครบถวน (ดูตัวอยางในหนวยการเรียนรู ้
้
้
้
่
่
่
ถัดไป) แลวจึงน�าสงอาจารยผูสอน เป็นอันจบสิ้นกระบวนการศึกษาคนควาเพื่อเรียบเรียงบทนิพนธ ์
่
้
้
์ ้
้
11

