Page 43 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 43
�
ี
ื
ั
กลับมาประกอบอาชีพอยู่ท่บ้าน และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา เน่องจากโรงเรียนวัดตะโหมดต้งอยู่ในท่ดินของวัดตะโหมด ตามอานาจ
ี
้
้
้
่
้
ี
้
็
ุ
้
ั
ั
์
่
ี
็
้
ู
ของเด็กและเยาวชนรุ่นหลัง รวมถึงวัดตะโหมดยังจัดให้เยาวชนได้มีการศึกษา หนาทของเจาอาวาสจะตองเปนเปนผใหการอปถมภ หลงจากทไดสรางอาคาร
ั
�
ึ
ั
ื
ี
หลักธรรมในพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเน่อง ดังน้นเด็กและเยาวชนในชุมชน เรียนหลังใหม่และมีนักเรียนจานวนมากข้น นักเรียนท่เรียนจบช้นประถมปีท ี ่
ั
ี
ตะโหมดส่วนใหญ่จึงได้รับการศึกษาท้งทางโลกและทางธรรมมาโดยตลอด 4 แล้วจะต้องเดินทางออกไปเรียนท่อ่น ไม่สะดวกต่อการเดินทางไปเรียน
ื
ั
ั
อีกตัวอย่างกิจกรรมโดดเด่นในฝ่ายน้ท่สภาลานวัดตะโหมดให้การสนับสนุน โรงเรียนวัดตะโหมดจึงได้พยายามติดต่อขอขยายช้นเรียนถึงช้นประถมศึกษา
ี
ี
ึ
คือ “ประเพณีงานบุญสองศาสนา” ซ่งเป็นกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรม ปีที่ 7 แต่เนื่องจากอาคารเรียนที่จะสร้างใหม่นั้นที่ดินของวัดก็มีจ�ากัด ต่อมา
ประเพณีร่วมกันระหว่างชาวบ้าน 2 ศาสนาในชุมชนตะโหมด เจ้าอาวาสจึงได้เชิญผู้นาชุมชนและครูโรงเรียนวัดตะโหมดมาร่วมปรึกษาหารือ
�
ี
ี
ี
ื
ในการจัดการท่ดินเพ่อจะสร้างอาคารหลังใหม่ ท่ประชุมได้เสนอท่ธรณีสงฆ์
ึ
ด้านการศกษา คือวัดเหนือเป็นสถานท่สร้างอาคารเรียน ซ่งอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนวัดตะ
ึ
ี
วัดตะโหมดเป็นศูนย์กลางของการศึกษาในชุมชนมาต้งแต่อดีต ในสมัย โหมดไปทางทิศใต้ประมาณ 300 เมตร คณะครูอาจารย์เห็นว่าไม่สะดวกต่อ
ั
ที่ยังไม่มีโรงเรียนพระสงฆ์ได้ท�าหน้าที่เป็นผู้สอนเด็กที่วัดตะโหมด จนกระทั่ง การจดการเรยนการสอน ทประชมเสนอให้แลกทดนธรณสงฆ์กบทดนของ
ุ
ี
่
ี
่
่
ี
ั
ิ
ิ
ั
ี
ี
ี
ื
ในปี 2484 ทางราชการได้เปิดโรงเรียนประชาบาลขึ้นที่ชุมชนตะโหมด โดย นายจัด ฤทธิเดช ท่อยู่ติดกับวัดตะโหมดทางตะวันตกและมีเน้อท่ดินใกล้เคียง
ี
ี
ใช้ศาลาโรงธรรมของวัดเป็นสถานท่เรียน ต่อมาในปี 2496 ได้รับงบประมาณ กัน โดยคณะกรรมการจะด�าเนินการปรับที่ดินธรณีสงฆ์ให้เป็นที่นา สามารถ
ึ
ื
ี
�
ี
ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ แต่เน่องด้วยงบประมาณมีน้อยทางวัดตะโหมด ทานาได้ตามฤดูกาล ซ่งนายจัดได้ตอบตกลงแลกเปล่ยนท่ดินด้วย เพ่อเห็นแก่
ื
โดยพระครูพิมลชยานุรักษ์ (เจ้าอาวาสวัดตะโหมดในขณะนั้น) จึงเข้าไปช่วย ประโยชน์ของการศึกษา ต่อมาพระครูอุทิตกิจจาทรในฐานะเจ้าอาวาสได้
ี
ี
ด�าเนินการจนกระทั่งส�าเร็จ อาคารหลังนี้ให้ชื่อว่าโรงเรียนวัดตะโหมด (หมุน ติดต่อประสานงานกับกรมการศาสนาเร่องการแลกเปล่ยนท่ธรณีสงฆ์กับท่ดิน
ื
ี
ั
คณานุสรณ์) นับจากน้นเป็นต้นมาวัดตะโหมดได้เป็นศูนย์กลางของการศึกษา ของเอกชน ทางกรมการศาสนาก็ไม่ขัดข้อง แต่ติดปัญหาในแง่ของกฎหมาย
ั
ท้งทางโลกและทางธรรม นับเป็นภารกิจท่ส�าคัญ เพราะต้องการพัฒนา การแลกเปล่ยน เพราะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติผ่านสภาผู้แทนราษฎร ม ี
ี
ี
ิ
ี
ั
คุณภาพชีวิตของคนในท้องถ่นด้วยการให้การศึกษา ท้งน้พระครูประยุตธรรม นักกฎหมายหลานท่านเห็นว่าไม่สามารถด�าเนินการได้ พระครูอุทิตกิจจาทร
่
�
ึ
�
่
ธัช ประธานสภาลานวัดตะโหมด ให้ความเห็นต่อความสาคัญในการ จึงได้ปรึกษากับนายอา รองเงิน ซ่งเป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง นายอาได้
�
�
พัฒนาการศึกษาว่า “พวกเราเหมือนเป็นไผ่ลาแก่ ไม่สามารถจะมีความ พูดในท่ประชุมวัดตะโหมดว่า “ส่งใดมนุษย์ทาข้นได้ ส่งน้นมนุษย์ต้องแก้ไข
ิ
ั
ึ
ิ
�
ี
เจริญงอกงามได้แล้ว จึงควรส่งเสริมให้เกิดหน่อใหม่ข้นมา ซ่งก็คือการ ได้” (พระครูประยุตธรรมธัช, สัมภาษณ์, 11 มกราคม 2565) พร้อมกับ
ึ
ึ
�
พัฒนาการศึกษา” (พระครูประยุตธรรมธัช, สัมภาษณ์, 11 มกราคม 2565) พยายามนาเรื่องผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และสามารถออกพระราช
40 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 41
ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

