Page 47 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 47
์
�
ี
นอกจากน้ในภายหลังสภาลานวัดตะโหมดและโรงเรียนประชาบารุง อนุรักษวัฒนธรรมประเพณี
ี
�
้
ยังได้ร่วมกันจัดทาเอกสารความรูเกี่ยวกับท้องถิ่น “ตะโหมดศึกษา” ขึ้นเป็น ดังท่กล่าวมาแล้วว่าลักษณะเด่นของชุมชนตะโหมดคือเป็นแหล่งรวม
ี
ิ
หลักสูตรท้องถ่นส�าหรับให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในปัจจุบันและใน ของวัฒนธรรม 2 ศาสนา คือชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม กิจกรรมท่ส�าคัญ
ึ
�
อนาคต โดยมุ่งเน้นให้วัดตะโหมดเป็นศูนย์กลางกิจกรรมการพัฒนาของเด็ก และโดดเด่นของชุมชนคือ “ประเพณีงานบุญสองศาสนา” ซ่งสามารถดาเนิน
�
ื
ี
�
และเยาวชน เพ่อเป็นโอกาสท่จะปลูกฝังจิตสานึกผ่านกระบวนการทางาน การได้อย่างประสบผลสาเร็จเพราะชาวชุมชนตะโหมดมีการนับถือบรรพบุรุษ
�
ี
ุ
ี
ี
ั
�
ั
ิ
ี
ั
ื
แบบมีส่วนร่วม โดยมีเด็กและเยาวชนเป็นแกนหลักในการขับเคล่อนกิจกรรม ร่วมกน มการทาบญร่วมกน มการช่วยงานประเพณและพธกรรมร่วมกน
ี
ื
�
และพยายามนาหลักธรรมมาเป็นหลักปฏิบัติเพ่อให้เด็กและเยาวชนสามารถ (เช่น งานแต่งาน งานศพ) มีความสัมพันธ์ทางสังคมท่แนบแน่นในการด�าเนิน
�
�
�
ซึมซับแนวทางบูรณาการพัฒนาวิถีพุทธอย่างต่อเน่อง ท้งพระสงฆ์และผู้นา ชีวิตประจาวันร่วมกัน มีการช่วยเหลือและไปมาหาสู่กัน ความสาคัญของ
ั
ื
ี
ื
ชุมชนร่วมกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชน ด้วยการท�าให้ “ประเพณีงานบุญสองศาสนา” สะท้อนให้เห็นได้จากเม่อถามถึงสิ่งท่บ่งบอก
�
ดู แนะนาให้ปฏิบัติได้ และสนับสนุนความร่วมมือในกิจกรรม โดยเฉพาะอย่าง สัญลักษณ์ความเป็นชุมชน 2 ศาสนา ทุกคนจะตอบเรื่องงานบุญประเพณีนี้
ี
ื
ั
ี
่
่
ื
ย่งพยายามสนับสนุนกิจกรรมให้เป็นเสมือนการเปิดห้องเรียนเชิงปฏิบัติให้แก่ เป็นเรองแรก จึงถือเป็นเร่องโดดเด่นทสุดในชุมชนตะโหมด ท้งน้จากความ
ิ
ี
เด็กและเยาวชน เช่น สอนเรื่องการท�าเกษตรอินทรีย์โดยให้เรียนรู้แล้วน�าไป เป็นชุมชนท่มีลักษณะความสัมพันธ์ทางสังคมใกล้ชิดแบบเครือญาติส่งเสริม
ให้คนในชุมชนทั้ง 2 ศาสนามีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่มี
ี
ปฏิบัติท่บ้าน มีการฝึกฝนให้เด็กได้รู้จักการบันทึกข้อมูล ฝึกคิดวิเคราะห์ข้อมูล พ้นฐานจิตใจท่รักความสงบ มีความเช่อถือและยอมรับในตัวผู้น�าชุมชนและ
ี
ื
ื
ู
ุ
่
ั
นามารวมกนพดคยแลกเปลยน และวางแผนการดาเนนกจกรรมใหเหมาะสม ผู้น�าศาสนา นอกจากน้ชุมชนยังมีพ้นฐานสาคัญจากการให้อิสระทางความคิด
�
่
ิ
ิ
้
ี
�
ี
�
ื
ี
ี
กับความต้องการและบริบทเชิงปัญหาของชุมชน กระบวนการท่สาคัญท่สุด โดยไม่กีดกันทางศาสนา สามารถปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกันระหว่าง
�
ั
ื
่
้
ั
ื
คอการสนบสนนให้เดกและเยาวชนได้พฒนาตนเอง ทงเรองทกษะชวต วิถีการดาเนินชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีทางศาสนา โดยมีผู้ใหญ่ในชุมชน
ั
็
ุ
ั
ิ
ี
�
จิตอาสา และการสร้างฐานอาชีพ โดยคาดหวังให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็น ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ดีให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่าง ชาวบ้านจึงสามารถเรียน
ี
คนดี มีคุณธรรม มีความภาคภูมิใจในตนเอง สามารถด�ารงชีวิตอยู่ในชุมชน รู้ท่จะอยู่ร่วมกันโดยไม่มีความขัดแย้งท้งในเชิงวัฒนธรรมและประเพณ ี
ี
ั
อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี มีความสุข และเป็นพลังส�าคัญในการพัฒนาชุมชน จนกลายเป็นการผสมผสานที่เหมาะสม (เรณุมาศ รอดเนียม, 2556: 82-83)
�
ื
ี
เหล่าน้ล้วนมีเป้าหมายสาคัญเพ่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้พร้อม นอกจากน้ประเพณีงานบุญสองศาสนายังสามารถดึงดูดความสนใจของ
ี
ต่อการเป็นแกนน�าในการพัฒนาชุมชนตะโหมดในอนาคต นกทองเทยวเชงวฒนธรรมไดมาก ชาวบานตะโหมดจงพยายามจะบารงรกษา
ั
ี
�
ุ
่
้
ิ
้
ั
ั
่
ึ
และอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชน เพ่อให้สามารถร่วมกันสืบทอดวิถีวัฒนธรรม
ื
ประเพณีเช่นนี้ให้ต่อเนื่องไปในอนาคต
44 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 45
ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

