Page 53 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 53

ี
                                                    �
                                                         ิ
 ร่วมกับพระสงฆ์ ผู้น�าชุมชน และสมาชิกสภาลานวัดตะโหมด โดยคาดหวังที่  แหล่งเรียนรู้้ของประชาชน เพราะมีปัจจัยท่สาคัญย่งคือภาวะผู้นาของ
                                                                     �
                                                  �
 จะสร้างความเจริญให้กับชุมชนตะโหมด   เจ้าอาวาสวัดตะโหมดคือพระครูอุทิตกิจจาทร สาหรับในปัจจุบันกิจกรรมของ
                                             ั
                                           �
 ู
 ิ
                       ี
 - เป็นผ้ริเร่มให้มีสัปดาห์ท�าความสะอาดบ้านเรือนและชุมชนเป็น  ฝ่ายสังคมทเป็นการวางรากฐานสาคญของการพัฒนาชุมชนตะโหมด
                       ่
 ประจ�าทุกปี ตั้งแต่ปี 2518 และได้ร่วมกันด�าเนินกิจกรรมเรื่อยมา จนกระทั่ง  ในอนาคต คือกิจกรรมสร้างเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนภายใต้
 �
 มีชาวตะโหมดพูดกันติดปากว่า “ถ้าบ้านไหนไม่ทา เราจะพาพระไปท�าให้”   โครงการค่ายเยาวชนต้นหญ้า
 ชาวบ้านทุกครัวเรือนจึงเข้าร่วมกิจกรรมนี้อย่างแข็งขัน
                                            ั
 - เป็นประธานและประสานให้มีการระดมทุนสมทบเงิน 30% เพ่อ  ค่ายเยาวชนต้นหญ้า : การพฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชน
 ื
 ื
 เช่อมต่อไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชนตะโหมด โดยไม่ต้องรอไฟฟ้าตามโครงการไฟฟ้า  แกนนาของสภาลานวัดตะโหมดมีความเห็นท่สอดคล้องกันว่า สังคม
                                                       ี
                       �
                                        ึ
                                                         ี
 ี
 ชนบท เพราะมีความล่าช้ามาก จนกระทั่งป 2525 จึงมีไฟฟ้าใช้ในทุกต�าบล   สมัยน้ไม่ได้สนับสนุนวิถีของการพ่งพาอาศัยกันดังเช่นท่ชาวตะโหมดในอดีต
                 ี
                                       �
                                      ี
 รวมเวลาในการเรียกร้องราว 3 ปี  มีความคุ้นเคย แต่มีแนวโน้มท่ดาเนินไปในลักษณะต่างคนต่างอยู่ ต่างคน
 ้
 ่
 - ริเริ่มโครงการ “คนดีศรีตะโหมด” เพื่อยกยองหัวหนาครอบครัวผู้มี  ต่างท�ามาหากิน และมีความสนใจวิถีวัฒนธรรมชุมชนลดน้อยลง โดยเฉพาะ
                                           �
 ่
                                                       ี
 ี
 ่
                  ิ
 �
 ความประพฤติดีและทาประโยชนใหแกชุมชนตั้งแตป 2532 โดยคาดหวังว่า  อย่างย่งในปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนจานวนไม่น้อยท่ไม่สนใจการทานาหรือ
                                                                   �
 ์
 ้
 ี
 ิ
 จะเป็นแบบอย่างท่ดีสาหรับชาวตะโหมด โดยเฉพาะอย่างย่งเด็กและเยาวชน   ทาสวนยางพารา ต้องการประกอบอาชีพนอกภาคเกษตรมากกว่าการสืบต่อ
              �
 �
 ได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติให้เป็นคนดีในอนาคต  ความเป็นเกษตรกร แกนน�าจึงร่วมกันคิดว่าควรจะท�าอย่างไร เพื่อที่จะปลูก
                                  �
                                            ื
                                                                      ั
 - เป็นผู้วางทิศทางการพัฒนาสังคมในรูปแบบองค์กรชุมชนโดยใช้   ฝังให้เด็กและเยาวชนในตาบลเรียนรู้เร่องการปลูกยางและการทานาต้งแต่
                                                                 �
                        ื
                                 ิ
 วัดเป็นศูนย์กลางและเป็นสถานท่ด�าเนินการประชุม โดยเริ่มจากกล่ม  เด็กจนโต เพ่อไม่ให้ละท้งอาชีพของพ่อแม่ อย่างไรก็ตามปัญหาเด็กและ
 ี
 ุ
 เกษตรกรทานา กลุ่มชาวสวนยางพารา กลุ่มชาวสวนผลไม้ กลุ่มอนุรักษ์  เยาวชนท่พบคือ เม่อเด็กผ่านการเรียนรู้หรือการอบรมแล้ว พอกลับถึงบ้านก ็
                            ื
 �
                    ี
 ้
                                              �
 ็
 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และพัฒนาไปเปนสภาลานวัดตะโหมด  จะเหมือนเดิม จึงต้องคิดต่อว่าควรจะทาให้ชุมชนตะโหมดสามารถปรับ
 ี
 ึ
 �
 ในป 2538 ซ่งไดขยายขอบเขตของกิจกรรมทางสังคมกว้างขวางข้นเป็นลาดับ  เปล่ยนเป็นสังคมท่ดีได้อย่างไรด้วย นอกจากน้เม่อเด็กและเยาวชนออกสู่
 ึ
 ้
                ี
                            ี
                                                   ี
                                                     ื
 ์
 จนถึงปัจจุบัน (ประภาพรรณ วงศาโรจน, 2548: 6-7)  สังคมภายนอกและไปพบกับตัวแปรอื่น ๆ ที่เข้ามากระทบต่อวิถีการด�าเนิน
                                                                  �
 �
 ี
 ท้งน้จากการดาเนินกิจกรรมของฝ่ายสังคมกล่าวได้ว่าตลอดช่วง 50 ปี  ชีวิต ก็อาจจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ แล้วเราควรจะทาอย่างไร
 ั
                                                             ี
 ี
              ื
 ท่ผ่านมาชมุชนตะโหมดได้พัฒนาจากดินแดนทุรกันดารห่างไกลความเจริญ  เพ่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนตะโหมด ท่ผ่านมาสภาลาน
 �
 ้
 มาเป็นชุมชนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เป็นอู่ข้าวอู่นาทางเศรษฐกิจ เป็น  วัดตะโหมดพยายามสร้างความร่วมมือกับคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพ่อสนับสนุน
                                                                ื
 50  สภาลานวัดตะโหมด :                          พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 51
 ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58