Page 52 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 52
�
ี
ิ
�
ร่วมกับพระสงฆ์ ผู้น�าชุมชน และสมาชิกสภาลานวัดตะโหมด โดยคาดหวังที่ แหล่งเรียนรู้้ของประชาชน เพราะมีปัจจัยท่สาคัญย่งคือภาวะผู้นาของ
�
จะสร้างความเจริญให้กับชุมชนตะโหมด เจ้าอาวาสวัดตะโหมดคือพระครูอุทิตกิจจาทร สาหรับในปัจจุบันกิจกรรมของ
ั
�
ู
ิ
ี
- เป็นผ้ริเร่มให้มีสัปดาห์ท�าความสะอาดบ้านเรือนและชุมชนเป็น ฝ่ายสังคมทเป็นการวางรากฐานสาคญของการพัฒนาชุมชนตะโหมด
่
ประจ�าทุกปี ตั้งแต่ปี 2518 และได้ร่วมกันด�าเนินกิจกรรมเรื่อยมา จนกระทั่ง ในอนาคต คือกิจกรรมสร้างเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนภายใต้
�
มีชาวตะโหมดพูดกันติดปากว่า “ถ้าบ้านไหนไม่ทา เราจะพาพระไปท�าให้” โครงการค่ายเยาวชนต้นหญ้า
ชาวบ้านทุกครัวเรือนจึงเข้าร่วมกิจกรรมนี้อย่างแข็งขัน
ั
- เป็นประธานและประสานให้มีการระดมทุนสมทบเงิน 30% เพ่อ ค่ายเยาวชนต้นหญ้า : การพฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชน
ื
�
เช่อมต่อไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชนตะโหมด โดยไม่ต้องรอไฟฟ้าตามโครงการไฟฟ้า แกนนาของสภาลานวัดตะโหมดมีความเห็นท่สอดคล้องกันว่า สังคม
ี
ื
ี
ี
ี
ชนบท เพราะมีความล่าช้ามาก จนกระทั่งป 2525 จึงมีไฟฟ้าใช้ในทุกต�าบล สมัยน้ไม่ได้สนับสนุนวิถีของการพ่งพาอาศัยกันดังเช่นท่ชาวตะโหมดในอดีต
ึ
�
รวมเวลาในการเรียกร้องราว 3 ปี มีความคุ้นเคย แต่มีแนวโน้มท่ดาเนินไปในลักษณะต่างคนต่างอยู่ ต่างคน
ี
่
้
- ริเริ่มโครงการ “คนดีศรีตะโหมด” เพื่อยกยองหัวหนาครอบครัวผูมี ต่างท�ามาหากิน และมีความสนใจวิถีวัฒนธรรมชุมชนลดน้อยลง โดยเฉพาะ
้
่
ี
ิ
�
ี
�
่
์
�
ความประพฤติดีและทาประโยชนใหแกชุมชนตั้งแตป 2532 โดยคาดหวังว่า อย่างย่งในปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนจานวนไม่น้อยท่ไม่สนใจการทานาหรือ
้
ิ
�
�
ี
จะเป็นแบบอย่างท่ดีสาหรับชาวตะโหมด โดยเฉพาะอย่างย่งเด็กและเยาวชน ทาสวนยางพารา ต้องการประกอบอาชีพนอกภาคเกษตรมากกว่าการสืบต่อ
ได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติให้เป็นคนดีในอนาคต ความเป็นเกษตรกร แกนน�าจึงร่วมกันคิดว่าควรจะท�าอย่างไร เพื่อที่จะปลูก
ั
- เป็นผู้วางทิศทางการพัฒนาสังคมในรูปแบบองค์กรชุมชนโดยใช้ ฝังให้เด็กและเยาวชนในตาบลเรียนรู้เร่องการปลูกยางและการทานาต้งแต่
ื
�
�
ิ
ื
วัดเป็นศูนย์กลางและเป็นสถานท่ด�าเนินการประชุม โดยเริ่มจากกล่ม เด็กจนโต เพ่อไม่ให้ละท้งอาชีพของพ่อแม่ อย่างไรก็ตามปัญหาเด็กและ
ี
ุ
�
ื
เกษตรกรทานา กลุ่มชาวสวนยางพารา กลุ่มชาวสวนผลไม้ กลุ่มอนุรักษ์ เยาวชนท่พบคือ เม่อเด็กผ่านการเรียนรู้หรือการอบรมแล้ว พอกลับถึงบ้านก ็
ี
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และพัฒนาไปเปนสภาลานวัดตะโหมด จะเหมือนเดิม จึงต้องคิดต่อว่าควรจะทาให้ชุมชนตะโหมดสามารถปรับ
้
็
�
ี
ื
ี
ในป 2538 ซ่งไดขยายขอบเขตของกิจกรรมทางสังคมกว้างขวางข้นเป็นลาดับ เปล่ยนเป็นสังคมท่ดีได้อย่างไรด้วย นอกจากน้เม่อเด็กและเยาวชนออกสู่
้
ึ
ี
ึ
�
ี
จนถึงปัจจุบัน (ประภาพรรณ วงศาโรจน, 2548: 6-7) สังคมภายนอกและไปพบกับตัวแปรอื่น ๆ ที่เข้ามากระทบต่อวิถีการด�าเนิน
์
�
�
ท้งน้จากการดาเนินกิจกรรมของฝ่ายสังคมกล่าวได้ว่าตลอดช่วง 50 ปี ชีวิต ก็อาจจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ แล้วเราควรจะทาอย่างไร
ี
ั
ท่ผ่านมาชมุชนตะโหมดได้พัฒนาจากดินแดนทุรกันดารห่างไกลความเจริญ เพ่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนตะโหมด ท่ผ่านมาสภาลาน
ี
ื
ี
้
�
มาเป็นชุมชนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เป็นอู่ข้าวอู่นาทางเศรษฐกิจ เป็น วัดตะโหมดพยายามสร้างความร่วมมือกับคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพ่อสนับสนุน
ื
50 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 51
ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

