Page 59 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 59

์
 ็
 ้
 ้
 ่
 ชาวบาน ผูน�าชุมชน และองคกรชุมชน จนเกิดเปนแนวทาง “เขา ปา นา เล”
 ื
 ื
 เช่อมร้อยเครือข่ายชุมชนตะโหมดเพ่อช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาทรัพยากร
 ี
 ่
 �
 ิ
 ิ
 ี
 ้
 �
 ่
 ้
 ึ
 ื
 ู
 ธรรมชาตและส่งแวดล้อมทเกิดขน ไม่ว่าจะเป็นพนทป่าต้นน้าถกทาลาย
 ื
 �
 ี
 ื
 แหล่งน้าในพ้นท่ลุ่มแห้งขอด ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเส่อมโทรม ท�าให้
 ื
 เกิดแนวความคิดว่าท่จริงแล้วปัญหาทุกอย่างล้วนเช่อมโยงกัน การแก้ปัญหา
 ี
 ื
 �
 ต้องด�าเนินการแบบองค์รวม เช่อมร้อยเครือข่ายลุ่มน้าทะเลสาบสงขลาเข้าไว้
 ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทั้งต้นน�้า กลางน�้า และปลายน�้า จนมีการน�าแนวคิด
 ื
 ี
 การบริหารจัดการแบบองค์รวมมาใช้ในการบริหารจัดการพ้นท่ป่าต้นน้า
 �
 ชุมชนตะโหมด เน้นการจัดการทรัพยากรในทุกด้าน ทั้งเรื่องดิน น�้า ป่า และ
 คน มุ่งเน้นการสร้างจิตส�านึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจน
 ื
 ี
 ี
 เช่อมโยงระบบนิเวศในพ้นท่เข้ากับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ท่สอดคล้องกับ
 ื
 ธรรมชาติอย่างสอดประสานกัน ต่อมาได้ขยายกิจกรรมจนกลายเป็นเครือ
 ข่ายคนรักษ์ลุ่มน้าทะเลสาปสงขลาจังหวัดพัทลุงข้นมา ซ่งภายหลังได้จด
 ึ
 �
 ึ
 ั
 ั
 ุ
 �
 ่
 ื
 ่
 ื
 ุ
 ทะเบียนเป็นองค์กรภายใต้ชอ “สมาคมคนรกษ์ล่มนาพทลง” ขับเคลอน
 ้
 ั
 �
 �
 �
 �
 กิจกรรมท้งด้านอนุรักษ์ป่าต้นน้า ด้านการจัดการน้า แก้ปัญหาน้าแล้ง น้า
 ท่วม และดูแลคุณน�้าภาพ ขณะเดียวกันยังมีงานด้านการจัดการดิน รณรงค์
 ิ
 ิ
 ุ
 ี
 ี
                                  ี
 ให้ชาวบ้านลดใช้สารเคม ส่งเสรมการใช้ป๋ยอนทรีย์ชวภาพ เป็นต้น (อดุลย์   ตลอดระยะเวลาท่ผ่านมาสภาลานวัดตะโหมดเป็นแกนน�าและม ี
 ี
 แก้วคงธรรม, 2563) นอกจากน้ยังได้พัฒนาคน สร้างเครือข่าย และปลูกสร้าง  ส่วนร่วมอย่างส�าคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมอนุรักษ์ดิน น�้า และผืนป่า จน
                                                                 ิ
                            ี
 ี
 จิตส�านึกในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อมท่ทุกคนท�า  กลายเป็นจุดเด่นเก่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม
 ิ
 ั
 ่
                ื
 ี
                   ี
 ด้วยใจรกและหวงแหน มีความเสียสละในการท�างาน มความเชอม่นและมอบ  ในพ้นท่ทะเลสาปสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุรักษ์ป่าให้มีความอุดม
 ั
 ื
                                       ื
                                  �
                                                �
                                          ี
 ความจริงใจให้แก่กัน โดยเน้นการท�างานบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมที่เข้มแข็ง  สมบูรณ์ เป็นแหล่งสะสมน้าในพ้นท่ป่าต้นน้า ช่วยให้ชุมชนตะโหมดมีน้าใช้
                                                                       �
 ของชาวชุมชนตะโหมด ทุกคนยินดีร่วมกันท�างานโดยไม่แยกศาสนา เพศ วัย   ตลอดทั้งปี สามารถบริหารจัดการน�้าเพื่อการเกษตรได้อย่างเหมาะสม และ
 หรือสถานะทางสังคม  ส่งผลให้ชุมชนตะโหมดไม่เคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภัยแล้งและ
 56  สภาลานวัดตะโหมด :                          พินิจ ลาภธนานนท และพระครูประยุตธรรมธัช 57
 ตŒนแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64