Page 73 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 73
ี
ิ
ั
ิ
ั
ู
ิ
ั
ุ
ร้ใหม่กบภูมปัญญาท้องถ่นท่เกดจากการสงสมประสบการณ์ในชมชนจากรน เปล่ยนจากการจับกุมมาเป็นการจับเข่าคุยกัน หลังจากน้นยังร่วมกันจัด
ี
่
ุ่
ู
ุ
ู
ั
ั
ุ
ี
ุ
ส่ร่น โดยผ้อาวโสในชมชนและพระสงฆ์ในวดตะโหมดร่วมกนมบทบาทเป็น กิจกรรม “ผูกผ้าบูชารุกขเทวา” เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2555 เพื่อผูกผ้าสีบน
ิ
�
�
ผู้นา จนกระท่งพัฒนาเป็นองค์ความรู้ในการสร้างธนาคารนา พอเร่มมีการทา ต้นไม้ตลอดแนวเขตป่าไว้เป็นการกาหนดแนวเขตป่า รวมถึงผู้นาชุมชนและ
�
�
�
้
ั
้
ึ
�
ธนาคารนามากข้นชาวบ้านก็เร่มได้รับผลประโยชน์ จึงมีการเสริมสร้าง ชาวบ้านได้ร่วมกันกาหนดกฎระเบียบข้อบังคับข้นมา เพ่อให้ชาวตะโหมดทุก
�
ิ
ึ
ื
�
ศักยภาพชุมชน ความรู้ และจิตสานึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาต ิ คนได้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ชาวบ้านตะโหมดยังให้ความร่วมมือกับ
ี
และส่งแวดล้อมแก่ชาวบ้านและเครือข่ายเด็กและเยาวชนในชุมชน รวมถึง เจ้าหน้าท่คอยสอดส่องดูแล และห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาลักลอบบุกรุก
ิ
การให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจ ด�าเนิน ท�าลายทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน ในภาพรวมกล่าวได้ว่าโครงการนี้ส่งผล
งานและติดตามประเมินผลธนาคารนา จนเป็นผลให้ธนาคารน�าสามารถใช้ ให้ในปัจจุบันไม่มีชาวบ้านตะโหมดเข้าไปบุรุกพ้นท่ป่าอีกเลย รวมถึงได้ร่วม
ี
ื
้
�
้
ิ
ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กนผลกดนกจกรรมปลกป่าทดแทน 3 ชนดคอ ไผ่ลมแล้ง ต้นเหรยง และ
ั
ื
ิ
ี
ื
ั
ู
ั
�
ี
้
�
จากผลการศึกษาพบว่าสภาลานวัดตะโหมดช่วยจัดการธนาคารนา ไม้ตะเคยนหรอไม้พะยอม ควบค่ไปกบกาหนดข้อตกลงเพอให้ชาวบ้านใช้
ู
ั
่
ื
ื
้
�
ในชุมชนโดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวบ้านให้เข้ามาช่วยกันดูแล ประโยชน์ทรัพยากรนาร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม จนเป็นผลให้การจัดการ
ั
ั
�
้
รกษาและร่วมกนใช้ประโยชน์จากธนาคารนาในชมชนอย่างเหมาะสม โดย ธนาคารนาและกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้สามารถ
้
�
ุ
่
ั
่
ื
ื
ื
ื
่
ื
่
ั
�
้
ชาวบ้านตระหนักในความเป็นเจ้าของป่าและแหล่งนาของชุมชน ชาวบ้าน ขบเคลอนเพอการใช้ประโยชน์ของส่วนรวมได้อย่างยงยนสบเนองมาเป็น
ี
ตะโหมดให้ความร่วมมือสูงในทุกกิจกรรมท่เก่ยวกับการดูแลรักษาทรัพยากร เวลาหลายสิบปี
ี
น�้าและป่าต้นน�้า ตัวอย่างเช่น ในปี 2553 ชาวบ้านและสภาลานวัดตะโหมด อีกกิจกรรมหน่งท่มีความโดดเด่นของสภาลานวัดตะโหมด คือกิจกรรม
ึ
ี
ึ
ิ
ได้ร่วมกันผลักดันโครงการ “รักษาป่าเดิม เพ่มเติมป่าใหม่” ซ่งเป็นยุทธศาสตร์ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนตะโหมด ซ่งพบว่ามีประเด็นท่สะท้อน
ี
ึ
แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเร่องการบุกรุกป่าระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ถึงการบูรณาการกิจกรรมการพัฒนาตามแนวทางพลัง “บวร” ดังนี้
ื
ื
เขาบรรทัดกับชาวบ้าน เพราะมีชาวบ้านส่วนหน่งบุกรุกเข้าไปแผ้วถางป่าเพ่อ (1) การสร้างกลไกพลังบวรในชุมชน คือ บ้าน/ชุมชน วัด และโรงเรียน
ึ
ึ
�
ทาการเกษตรและตัดต้นไม้ขายให้แก่โรงไม้และนายทุน จนเกิดความเสียหาย เพ่อร่วมกันสร้างเสริมศักยภาพการพัฒนาให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชน ซ่ง
ื
ื
ี
่
�
ี
้
ของพนทป่าจานวนไม่น้อย สภาลานวดตะโหมดได้เป็นส่อกลางจัดกจกรรม ความยากของการดาเนินงานน้คือ การหาแบบอย่างนักพัฒนาท่ดีสาหรับเด็ก
ั
�
ิ
ื
�
ี
ี
ื
เดินสารวจพ้นท่ป่า โดยมีกลุ่มอนุรักษ์ป่า 6 กลุ่ม เจ้าหน้าท่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ และเยาวชน รวมถึงการกาหนดแนวทางการร่วมกันขับเคล่อนกิจกรรมอย่าง
�
�
ี
ื
ื
ี
�
ี
ื
ื
ป่าเขาบรรทัด และชาวบ้านท่เข้าไปบุกรุกพ้นท่ป่า เพ่อกาหนดเขตป่าห้าม ต่อเน่อง โดยมีพ้นฐานแนวคิดว่าการบ่มเพาะเด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท่ดีใน
ื
ี
ี
ี
บุกรุกและพ้นท่ป่าท่อนุโลมให้ชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นกิจกรรมท ่ ี วันข้างหน้า จะต้องมาจากความร่วมมือร่วมใจของผู้นาชุมชน ครอบครัว
�
ื
70 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 71
ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

