Page 81 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 81

ี
 บทบาทของสภาลานวัดตะโหมดจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต เพราะ  เก่ยวข้อง ผู้นาชุมชน และชาวบ้านจึงได้ตัดสินใจชะลอโครงการออกไป
                        �
 ิ
 มีหลายหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นเข้ามามีบทบาทใน  อย่างไรก็ตามในปี 2564 สภาลานวัดตะโหมดได้พยายามด�าเนินกิจกรรมใน
                 ี
 การสนับสนุนการพัฒนาในชุมชนตะโหมด แต่สภาลานวัดตะโหมดยังคงรักษา  ส่วนท่ไม่ต้องพ่งพางบประมาณจากหน่วยงานราชการหรือองค์กรปกครอง
                         ึ
 ความเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชนไว้ได้ กิจกรรมการพัฒนาหากผ่านการ  ส่วนท้องถิ่น แต่ใช้เงินบริจาคจากสมาชิก ชาวบ้าน และภาคีเครือข่าย โดย
 ั
 ิ
 ี
 พจารณาจากสภาลานวัดตะโหมดจะได้รบการยอมรบและมส่วนร่วมอย่าง  ด�าเนินการปรับปรุงถนนเข้าสู่ลานน�้าตก ขยายลานที่จอดรถ ขุดลอกแอ่งน�้า
 ั
                        �
                                              ี
                                           ื
 เต็มท่จากชาวบ้าน พระสงฆ์ และผู้นาชุมชน จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่าในปัจจุบัน  ให้ลึกและมีนาท่ใสสะอาด กาหนดพ้นท่ต้งร้านค้า กาหนดเส้นทางศึกษา
                          ี
                                    �
 ี
                        ้
                                                        �
 �
                                               ั
                            ุ
                    ิ
 สมาชิกสภาลานวัดตะโหมดยังคงพยายามรักษาบทบาทส�าคัญในการพัฒนา  ธรรมชาต และจัดชดรักษาความสงบเรียบร้อยไว้คอยอานวยความสะดวกแก ่
                                                        �
                                                           ึ
                                                      ี
 ชุมชนตามแนวทางพลังบวรไว้ได้อย่างน่าชื่นชม  นักท่องเท่ยว โดยยังมีอีกหลายเป้าหมายกิจกรรมท่ต้องพ่งงบประมาณจาก
                     ี
                                     ี
                                       ี
                                              ึ
 พระครูประยุตธรรมธัช ประธานสภาลานวัดตะโหมด ยังคงเชื่อมั่นว่า  หน่วยงานราชการหรือองค์กรท่เก่ยวข้อง ซ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถ
 �
 บทบาททางการพัฒนาชุมชนของสภาลานวัดตะโหมดจะยังคงดาเนินสืบต่อ  ด�าเนินการได้เมื่อไร
 ี
 ไปได้ สภาลานวัดตะโหมดจะยังคงเป็นแบบอย่างท่ดีท่ชาวบ้านตะโหมดให้การ
 ี
 ยอมรับและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ โดยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางและ
 ื
 รูปแบบการพัฒนาชุมชนไปบ้าง เพ่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาและ
 บริบทของชุมชนท่เปล่ยนแปลงไปตลอดเวลา อย่างไรก็ตามในช่วงภาวะวิกฤต
 ี
 ี
 ี
 ื
 การแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 นี้ นับเป็นอุปสรรคส�าคัญท่ส่งผลให้
 สภาลานวัดตะโหมดไม่สามารถดาเนินกิจกรรมต่อยอดการพัฒนาชุมชนได้
 �
 �
 �
 เพราะข้อจากัดเร่องการรวมตัวทากิจกรรมของผู้คนจานวนมาก หลาย
 ื
 �
 �
 ั
 ื
 ื
 ่
 ุ
 กจกรรมต้องหยดหรอชะลอการขบเคลอนออกไป ตวอย่างเช่น การสารวจ
 ั
 ิ
 ื
 สภาพฝายชะลอนาเพ่อการซ่อมแซมหรือบารุงรักษา การจัดกิจกรรมเด็กและ
 ้
 �
 �
 เยาวชน การจัดประเพณีงานบุญสองศาสนา เป็นต้น รวมถึงโครงการที่ก�าลัง
 ึ
 ผลักดันคือการพัฒนานาตกลานหม่อมจุ้ย (หรือท่เรียกอีกช่อหน่งว่านาตกตะ
 ี
 �
 �
 ้
 ้
 ื
 โหมด) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน ซึ่งมีการวางแผนโครงการ
 ั
 ี
 ท่จะด�าเนินการพัฒนาต้งแต่ปี 2563 แต่เกิดปัญหาโควิด-19 หน่วยงานท ่ ี
 78  สภาลานวัดตะโหมด :                          พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 79
 ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   76   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86