Page 83 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 83
ท้งน้หากพิจารณาถึงอนาคตของการด�าเนินกิจกรรมสังฆพัฒนาผ่าน
ั
ี
สภาลานวัดตะโหมดในอนาคต อาจกล่าวได้ว่ามีความน่ากังวลใจพอสมควร
ี
เพราะในปัจจุบันแกนน�าฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสท่มีบทบาทส�าคัญในสภา
ลานวัดตะโหมดล้วนมีอายุสูงวัย หลายคนมีอายุมากกว่า 70-80 ปี ไม่สามารถ
�
ั
ี
่
ี
่
ี
ึ
ี
เข้ามามบทบาทเป็นแกนนาได้ ทาหน้าทเป็นเพยงทปรกษาของสภาลานวด
�
ั
ประกอบกับยังคงไม่สามารถเสาะหาทายาทท้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสท่ม ี
ี
จิตอาสาเข้ามามีบทบาทเป็นแกนน�า เน่องจากความสนใจของคนรุ่นใหม่
ื
ต่อการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสภาลานวัดลดลงกว่าในอดีตมาก อนาคต
ี
ั
ี
ของสภาลานวัดตะโหมดจึงส่นคลอน ประเด็นน้แกนน�าทุกคนพยายามท่จะ
�
จัดกจกรรมสร้างสานึกจิตอาสาและสร้างเสรมศักยภาพการพัฒนาให้แก่กลม
ิ
ิ
ุ่
เด็กและเยาวชนในชุมชนตะโหมด แต่ยังเผชิญอุปสรรคและข้อจ�ากัดหลาย
ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่
ั
ท�าให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในกิจกรรมท้งหลาย ท้งน้แกนน�าของสภาลานวัด
ี
ั
ตะโหมดคาดหวังว่าในอนาคตจะปรับปรุงหลักสูตร “ตะโหมดศึกษา” เพ่อ
ื
เสริมกระบวนการเรียนรู้ในบริบทการพัฒนาชุมชน รวมถึงการจัดเตรียมอีก
ื
หลายกิจกรรมเพ่อเสริมกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มเยาวชนต้นหญ้า เช่น กิน
กาแฟแลเด็ก (ในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในต�าบลตะโหมด),
เดินตรวจตรา พากันท�า น�ากันปลูกป่า, การจัดการธนาคารน้า เป็นต้น อย่างไร
�
ก็ตามยังคงมีอีกประเด็นหน่งท่แกนน�าสภาลานวัดตะโหมดมีความกังวล
ึ
ี
คือ หากสภาลานวัดตะโหมดขาดพระสงฆ์มาร่วมเป็นแกนน�าด้วย และไม่ม ี
ื
วัดตะโหมดเป็นศูนย์กลางการท�างาน การขับเคล่อนกิจกรรมในนามสภา
ลานวัดตะโหมดน่าจะด�าเนินสืบต่อไปอีกได้ยาก และอาจจะส่งผลกระทบต่อ
ความคงอยู่ของสภาลานวัดตะโหมดและความยั่งยืนของกิจกรรมการพัฒนา
ชุมชนตะโหมดในอนาคต
80 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท และพระครูประยุตธรรมธัช 81
ตนแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

