Page 210 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 210
ี
ี
เรียกเก็บเงินส่วนท่เหลือรวม ๔,๑๒๐,๕๕๙.๔๙ บำท แต่จ�ำเลยเพิกเฉยไม่ช�ำระหน้แก่โจทก์
�
�
ี
ั
โจทก์จึงคิดค่ำเสียหำยเป็นดอกเบยอตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันครบกำหนดชำระจนถึง
้
วันฟ้องเป็นเงิน ๓๙๗,๓๐๗ บำท ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระเงิน ๔,๕๑๗,๘๖๖.๔๙ บำท พร้อม
ั
ั
ี
ั
้
ิ
ั
ดอกเบยอตรำร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงน ๔,๑๒๐,๕๕๙.๔๙ บำท นบแต่วันถดจำกวนฟ้อง
เป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
จ�ำเลยให้กำรและฟ้องแย้งว่ำ ฟ้องโจทก์ขำดอำยุควำม ฟ้องโจทก์ในส่วนของกำรลดค่ำ
ี
ี
ี
บริกำรและออกใบลดหน้เป็นฟ้องเคลือบคลุม ยอดหน้ค่ำขนส่งสินค้ำท่โจทก์ฟ้องมำไม่ถูกต้อง
่
ื
จ�ำเลยไม่มหน้ำทต้องช�ำระค่ำภำษศุลกำกรในกำรขนส่งบำงรำยกำร โจทก์ให้ส่วนลดอันเนอง
ี
่
ี
ี
มำจำกกำรขนส่งล่ำช้ำน้อยเกินไป ดอกเบ้ยผิดนัดท่โจทก์เรียกมำไม่ถูกต้องตำมกฎหมำย คดีน ้ ี
ี
ี
เป็นคดีผู้บริโภค ไม่อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
ระหว่ำงประเทศ จ�ำเลยได้รับควำมเสียหำยจำกกำรที่โจทก์ขนส่งล่ำช้ำ จัดกำรเอกสำรผิดพลำด และ
ยังได้รับควำมเสียหำยจำกกำรท่โจทก์เปล่ยนแปลงโครงสร้ำงภำยในบริษัท คิดเป็นค่ำเสียหำย
ี
ี
้
ี
้
ั
้
ั
์
์
่
�
ิ
เกนกวำจำนวนทโจทกเรยกรองมำ ขอใหยกฟองและบงคบโจทกชำระคำเสยหำย ๔,๖๑๐,๐๐๐ บำท
ี
ี
่
�
่
พร้อมดอกเบ้ยอัตรำร้อยละ ๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่ำวนับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่ำ
ี
จะช�ำระเสร็จแก่จ�ำเลย
ในชั้นพิจำรณำ ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศกลำงเห็นว่ำ กรณี
มีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
ี
ประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำรพิจำรณำพิพำกษำคดีไว้ช่วครำว แล้วเสนอปัญหำดังกล่ำวให้ประธำน
ั
ั
ั
ั
ิ
ู
ิ
ิ
ศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพเศษเป็นผ้วนจฉย ตำมพระรำชบญญัติจัดต้งศำลทรพย์สินทำงปัญญำ
ั
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
ี
วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งเก่ยวกับกำรขนส่งระหว่ำงประเทศและเป็นคดีท่เก่ยวกับ
ี
ี
ี
กำรรับขนของทำงอำกำศระหว่ำงประเทศตำมพระรำชบัญญัติกำรรับขนทำงอำกำศระหว่ำงประเทศ
พ.ศ. ๒๕๕๘ ท่มีกฎหมำยบัญญัติให้อยู่ในอ�ำนำจของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำง
ี
ประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
ั
วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๕)
และ (๑๐) หรือไม่ เห็นว่ำ โจทก์กล่ำวในค�ำฟ้องว่ำ จ�ำเลยว่ำจ้ำงโจทก์ให้ขนส่งสินค้ำทำงอำกำศ
ั
�
ู
ิ
ู
ั
้
ั
ั
โดยรบสนค้ำจำกผ้ส่งในประเทศไทยไปส่งมอบแก่ผ้รบในต่ำงประเทศหลำยครง จำเลยยงม ี
182

